7HDร้อนออนไลน์

กรมสุขภาพจิต แนะอย่าด่วนสรุปปัญหาสุขภาพจิตเป็นเหตุแห่งอาชญากรรมร้ายแรง

จากเหตุสะเทือนขวัญลูกฆ่าแม่หั่นศพยัดตู้เย็นนั้น นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าไม่อยากให้คนในสังคม หวั่นวิตกและเหมารวมว่าผู้มีปัญหาสุขภาพจิตจะต้องก่อเหตุอาชญกรรมรุนแรงทำให้บุคคลอื่นเสียชีวิต ซึ่งจากสถิติงานวิจัยในต่างประเทศที่ศึกษาคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตต่างๆ พบว่า มีเพียงร้อยละ 10-15 ของคดีเท่านั้น ที่เกิดจากผู้ป่วยทีมีปัญหาด้านสุขภาพจิตระดับรุนแรง  ได้แก่ โรคทางจิตที่มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวง อย่างรุนแรง หรือ เป็นโรคทางจิตเวชที่ซับซ้อนมีหลายโรคร่วมกัน รวมไปถึงภาวะการใช้สารเสพติดร่วมด้วย  ขณะที่ผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิตทั่วไประดับที่ไม่รุนแรง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล แม้มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองสูงกว่าคนทั่วไป แต่ความเสี่ยงในการทำร้ายผู้อื่นไม่ต่างจากสถิติในประชากรโดยรวม ดังนั้นการด่วนสรุปในคดีสะเทือนขวัญต่างๆว่า เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตทั่วๆไป เพียงอย่างเดียวนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และสร้างตราบาปต่อผู้ที่กำลังบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตอยู่ในสังคมได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลมากเกินไป  เนื่องจากเหตุโศกนาฏกรรมที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยจิตเวชเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก 

สำหรับผู้ที่กำลังรับการบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตอยู่  ควรดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายและใจที่เข้มแข็งอยู่เสมอ รับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ขาดยา ไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง หากมีอาการเปลี่ยนแปลงไปเชิงรุนแรงมากขึ้น หรือ มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายผู้อื่น ให้รีบรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้ทันที 

ส่วนคนรอบข้าง สามารถสังเกตอาการ ที่เป็นสัญญานเตือนของการก่อความรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวชได้ คือ  1. มีอาการสับสน แยกแยะความเป็นจริงไม่ได้ 2. มีอาการหวาดระแวง ตอบสนองต่อเสียงแว่วและภาพหลอน 3. มีท่าทีกระสับกระส่าย หรือ หุนหันพลันแล่น  4. มีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวอย่างรุนแรงทั้งทางสีหน้าและท่าทาง  5. เริ่มพูดจาก้าวร้าวข่มขู่ หรือ แสดงพฤติกรรมรุนแรงต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งของรอบตัว 

ขณะเดียวกันญาติ หรือ คนใกล้ชิด และ คนในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวช สามารถช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ได้ คือ  1. ช่วยกันติดตามให้ผู้ป่วยกินยาอย่างต่อเนื่อง 2. ใส่ใจรับฟัง พูดคุยสม่ำเสมอเพื่อให้กำลังใจ และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับผู้ป่วย และ 3. หากผิดปกติหรือมีอาการกำเริบ ให้รีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ หรือ โทรขอคำปรึกษาที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ หากมีแนวโน้มความรุนแรงมาก ติดต่อสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หรือ โทรแจ้งเหตุสายด่วนตำรวจ 191