ห้องข่าววาไรตี้

ข่าวเกษตร : เปลี่ยนแปลงนาปลูกส้มเขียวหวาน รายได้ระยะยาว

วันนี้จะลงพื้นที่สวนส้มเขียวหวานในหมู่บ้านหนองประดู่ ตำบลพันเสา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยพื้นที่เกือบ 15 ไร่ ในอดีตเคยเป็นแปลงนาปลูกข้าวมาก่อน แต่เนื่องจากเขตอำเภอบางระกำ ในฤดูฝน น้ำจะท่วมบ่อย ช่วงแล้งก็ขาดน้ำทำนายาวนาน ประกอบกับราคารับซื้อข้าวเปลือกยังตกต่ำติดต่อกันหลายปี นางอารีย์ เทศดี อายุ 66 ปี อดีตชาวนาในพื้นที่ จึงตัดสินใจยกร่องแปลงนามาทำเป็นสวนส้มเขียวหวาน เพื่อหลีกหนีปัญหา และพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นชาวสวนส้มอย่างเต็มตัว

นางอารีย์ เปิดเผยว่า การทำสวนส้ม หากเกษตรกรศึกษาข้อมูลและวางแผนจัดการเป็น ก็จะบังคับส้มให้ออกผลผลิตเก็บขายได้ถึง 3 ครั้งต่อปี ขณะที่นาข้าวต้องมีน้ำเป็นหลัก ปีไหนน้ำน้อยก็ทำนาปรังต่อไม่ได้ หรือลงทุนไป ต้นข้าวก็เสี่ยงยืนต้นตาย

นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า ตั้งแต่ทำสวนส้มแบบยกร่อง ก็ตัดปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำได้ทันที เพราะการยกร่องก็เหมือนเป็นการทำพื้นที่กักเก็บน้ำสำรองไว้ในตัว จึงทำให้มีน้ำใช้รดต้นส้มได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องแย่งน้ำทำนาเหมือนแต่ก่อน

ขณะที่ราคาขายของส้มก็สูงตามความต้องการของท้องตลาด ยิ่งช่วงเทศกาล ราคารับซื้อยิ่งสูงขึ้น เกือบกิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกเยอะ แม้ราคาจะลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ยังเป็นราคาที่น่าพอใจ มีพ่อค้าแม่ค้าคนกลางเข้าไปรับซื้อถึงในสวน ไม่ต้องวิ่งหาตลาด

สำหรับรายได้ที่ได้รับต่อการเก็บส้มขายในหนึ่งครั้ง เมื่อหักต้นทุนค่าปุ๋ยแล้ว จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 - 70,000 บาท ขณะที่ราคาข้าวจะเหลือกำไรไม่ถึง 20,000 บาท ส่วนปัญหาในการปลูกและดูแลส้ม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของศัตรูพืช อย่างแมลงวันทอง ที่จะเจาะกินผลส้มให้เสียหายบ้าง โดยชาวสวนจะใช้ลูกเหม็นห้อยไว้ตามกิ่งเพื่อขับไล่แทนการใช้สารเคมี ส่วนการบำรุงต้น จะใช้ปุ๋ยคอกบำรุงในช่วงออกดอก จึงช่วยประหยัดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างดี 

นางอารีย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันในพื้นที่อำเภอบางระกำ มีสวนส้มของตัวเองเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรในพื้นที่ยังไม่กล้าปรับเปลี่ยนจากการทำนาไปทำการเกษตรอื่นๆ จึงแนะนำให้เกษตรกรที่สนใจ ดูตัวอย่างจากสวนส้มของตัวเองว่า เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกอื่นๆ ได้แทนการทำนา และหากเป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสาน จะยิ่งช่วยทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มอีกหลายช่องทาง ขอเพียงศึกษาข้อมูล อดทน และมีกำลังใจที่จะเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด นำมาใช้เป็นประสบการณ์ ก็จะทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน