7HD ร้อนออนไลน์

เหยื่อร้อง โมเดลลิง แสบ อ้างป้อนงาน "พจน์ อานนท์" หลอกเก็บเงินประกันถ่ายแบบ

ผู้เสียหายนับ10 รายร้องกองปราบ แจ้งจับลูกสาวเจ้าของสถาบันสอนการแสดงชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ อ้างเป็นผู้ป้อนงานให้กับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พร้อมหลอกเหยื่อจะได้ไปแสดงภาพยนตร์, เดินแบบ,ถ่ายโฆษณาต่างประเทศ สุดท้ายเหยื่อฝันสลายถูกหลอกเอาเงินค่าประกันไปฟรีๆ

ที่ กองปราบปราม นางณัฐชยาญ์ เบอร์ทัน อายุ 47 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้เสียหายคนอื่นๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ประมาณ 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.นวรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เจ้าของสถาบันสอนการแสดงชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ หลังแอบอ้างว่าเป็นโมเดลลิงป้อนงานให้กับผู้กำกับหนังชื่อดังต่างๆ ก่อนจะหลอกเอาเงินค่าประกันจากผู้เสียหาย โดยนำหลักฐานสลิปโอนเงินและข้อความบทสนทนามามอบไว้เป็นหลักฐาน

นางณัฐชยาญ์ เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนว่าสถาบันสอนการแสดงดังกล่าวได้มาเปิดที่เชียงใหม่จึงพาบุตรชาย ไปสมัครเรียน แต่เมื่อบุตรชายเข้าเรียนได้สักระยะหนึ่ง น.ส.นวรัตน์ ก็ได้มาเข้ามาทำทีตีสนิทก่อนจะอ้างตนเองว่ารู้จักกับ พจน์ อานนท์ ผู้กำกับหนังชื่อดังและบุคคลในวงการเมืองบันเทิงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังอ้างว่ามีเด็กในสถาบันของตัวเองได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง The Cave นางนอน และสามารถผลักดันให้บุตรชายของตนเข้าวงการบันเทิงได้

รวมทั้งยังบอกอีกว่าลูกชายตนเป็นเด็กลูกครึ่งบุคลิกรูปร่างดี สนใจจะรับงานถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์น้ำดื่มยี่ห้อหนึ่งที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นไหม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินในจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินค่าตัวหรือเงินค่าจ้างแต่ละงาน ให้กับ น.ส.นวรัตน์ เพื่อเป็นค่าประกันการทำงาน และจะคืนเงินในส่วนนี้พร้อมกับจ่ายเงินค่าตัวเมื่องานเสร็จสิ้น ด้วยความที่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีจึงตอบตกลงรับงานถ่ายโฆษณาดังกล่าวและรับงานเดินแบบที่ต่างๆ ล่วงหน้าจำนวนหลายงาน พร้อมกับจ่ายเงินค่าประกันงานต่างๆ ให้กับ น.ส.นวรัตน์ เป็นจำนวนเงินกว่า 8 หมื่นบาท

แต่เมื่อถึงกำหนดจะต้องเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปถ่ายโฆษณาเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา กลับปรากฏว่า บุตรชายรวมถึงตนกลับไม่สามารถเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นได้ เนื่องจาก น.ส.นวรัตน์ ไม่ได้มีการจองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปที่ประเทศดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างไว้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นได้มีการเรียกเก็บเงินกับตนเพิ่มเติมอีกจำนวนกว่า 4 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าเดินทางและค่าที่พัก

ตนจึงเริ่มเอะใจและพยายามตรวจสอบจนทราบความจริงว่าผลิตภัณฑ์น้ำดื่มดังกล่าวไม่ได้มีการว่าจ้างบุตรชายตนให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาแต่อย่างใด รวมไปถึงงานเดินแบบต่างๆ ก็ไม่ได้มีการจัดงานขึ้นจริง ซึ่งเป็นเพียงการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาเงินค่าประกันจากตน และที่ผ่านมาทราบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท จึงได้รวมตัวกันมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบในวันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง