เช้านี้ที่หมอชิต

ตร.เร่งติดตามบิกไบก์ขี่ปาดหน้า ตั้งใจให้ชนหวังเรียกเงิน พบคลิปเพิ่มชูนิ้วกลางให้คู่กรณี

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เร่งตรวจสอบคลิปรถบิกไบก์ขี่ปาดหน้า ก่อนเบรกตั้งใจให้รถยนต์ชนคล้ายเรียกค่าเสียหาย แต่เจอเจ้าของรถยนต์มีกล้องหน้ารถและพยานเห็นเหตุการณ์ จึงขี่รถหนีไป ล่าสุดพบอีกคลิป ซึ่งคาดว่าเป็นรถจักรยานยนต์บิกไบก์คันเดียวกัน ขี่ปาดหน้ารถยนต์ก่อนชูนิ้วกลางให้

ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์คันหนึ่งที่ขับมาตามถนนพัทยาเหนือ จังหวัดชลบุรี บันทึกเหตุการณ์ขณะรถบิกไบก์คันหนึ่งแซงขวาแล้วปาดหน้า ก่อนจะเบรกลักษณะจะให้ชน จากนั้นคนขี่จอดรถ แล้วเดินไปกล่าวหาว่ารถที่ติดกล้องชนรถของเขา

จากนั้นมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกให้คนขับรถยนต์ ซึ่งเป็นหญิงสาว แจ้งตำรวจและพร้อมจะเป็นพยานให้ ชายคนดังกล่าวจึงรีบขี่รถหนีไป คนขับรถยนต์จึงนำรถเข้าข้างทาง ก่อนจะลงมาถ่ายรูปรถของเธอ ซึ่งไม่มีร่องรอยการชน หญิงสาวเล่าว่าเธอตัดสินใจนำคลิปมาเผยแพร่ เพราะอยากเตือนภัย เนื่องจากพฤติกรรมของคนขี่รถจักรยานยนต์คล้ายตั้งใจจะให้เธอชน แต่เคราะห์ดีที่เธอมีกล้องหน้ารถและพยาน

โดยหลังจากนั้น มีแฟนเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่คลิปบันทึกพฤติกรรมของคนขี่รถจักรยานยนต์บิกไบก์ ซึ่งจากลักษณะหมวกกันน็อกและรถ เชื่อว่าน่าจะเป็นคันเดียวกัน ได้ขี่แซงขวาแล้วปาดหน้ารถยนต์คันหนึ่ง ก่อนจะชูนิ้วกลางให้ แต่คนในรถห้ามปรามไม่ให้ขับตามไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 21 พฤศจิกายน บริเวณถนนนาเกลือ ห่างจากจุดที่เธอพบเพียงแค่ 5 กิโลเมตร

นอกจากนั้นยังมีคนในเมืองพัทยา ส่งข้อความมาบอกว่า เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ และสงสัยว่าเป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกัน

คนขับรถยนต์ยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุไม่มีการปาดหน้ากันมาก่อน รถบิกไบก์น่าจะขี่แทรกเร่งความเร็วตามมาแล้วปาดขวา โดยทั้ง 2 คลิปจะเห็นว่าคนขี่รถบิกไบก์ซ่อนแผ่นป้ายทะเบียนรถเอาไว้ใต้ซุ้มล้อหลัง กระทั่งวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอจึงตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา เพราะอยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบว่าชายคนนี้ก่อเหตุเพราะอะไร และจริง ๆ แล้วเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ แต่ตำรวจบอกว่าทำได้คือลงบันทึกประจำวันเท่านั้น เพราะยังไม่เกิดเหตุอะไร

ทีมข่าวตรวจสอบกับ พันตำรวจเอก ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า ขณะนี้หญิงสาวเจ้าของรถยนต์ได้มาลงบันทึกประจำวัน และตำรวจได้ข้อมูลส่วนหนึ่งไว้แล้ว แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากวันเกิดเหตุยังไม่มีการเรียกค่าเสียหาย ขณะนี้ได้เร่งให้ตำรวจตามตัวคนขี่รถบิกไบก์มาให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หรือหากต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจก็ขอให้มาแสดงตัว

ล่าสุด ตำรวจระบุว่ายังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมในกรณีลักษณะเดียวกันนี้