7HD ร้อนออนไลน์

น้ำโขงเปลี่ยนสีเตือนภัยแล้ง

น้ำในแม่โขงเปลี่ยนที่เปลี่ยนสีเป็นสีคราคล้ายน้ำทะเล ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวใน จ.นคพนม โดยพบว่าขณะนี้ระดับน้ำโขงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี ทำให้หลายจุดกลางน้ำโขงในเขต อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม เกิดสันดอนทราย เป็นพื้นที่กว้างนับ 100 ไร่ บางจุดพบว่ากลางน้ำโขงมีสันดอนทรายโผล่ยาวเป็นระยะทางยาวกว่า 2-3 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำในการเกษตร ริมแม่น้ำโขง ต้องมีการวางแผนในการสูบน้ำเพิ่มระยะทางสูบน้ำไกลขึ้น

จากข้อมูลของนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงามแต่ที่สำคัญคือ สัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้นำนิ่งจนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่างหินทรายทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม

นายอาทิตย์ พนาศูนย์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวนปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ซึ่งปีนี้ถือว่าผันผวนสุดตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมาถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่ถึงปีใหม่น้ำโขงได้แห้งขอดหนักกว่าทุกปี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้แม่น้ำโขงแห้งขอดเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนใน สปป.ลาว เท่านั้น ยังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ หรือภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย สภาพอากาศแปรปรวน เป็นปัจจัยต่อการทำลายความอุเมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ที่สำคัญทำให้ปริมาณฝนน้อยทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้แล้งน้ำมีปริมาณน้ำต่ำ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสีเป็นสีฟ้าครามหลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่องชี้ว่าภัยแล้งวิกฤติจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ ชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง บวกกันคนในพื้นที่ จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นสำคัญ ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา