สนามข่าว 7 สี

ภาพเป็นข่าว : เตรียมทำประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ วันนี้

ตำรวจเตรียมทำประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ วันนี้ โดยเพิ่มโทษปรับคนขับที่ไม่จัดที่นั่งคาร์ซีตให้กับเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองนั่งคู่ดูแลมาด้วย ส่วนเมาแล้วขับซ้ำซาก จะต้องโทษจำคุกทันที ไม่รอลงอาญา หรือรอการกําหนดโทษ

พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต จะมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นเรื่องแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ เพื่อเป็นการปรับปรุงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน โดยรายละเอียดในร่างฉบับนี้ มีหลายเรื่องสำคัญ อาทิ การกำหนดความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางหรือเด็กแว้น, ข้อกำหนดหรือทัณฑ์บนสำหรับผู้ปกครอง ซึ่งเรื่องนี้เดิมเป็นคำสั่งของ คสช. แต่จะนำคำสั่งมาแปลงเป็นร่างกฎหมายบังคับใช้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งในภายหลัง

ส่วนเรื่องเกี่ยวกับข้อหาเมาแล้วขับ ผู้ที่ขับขี่ที่สงสัยว่าอาจเมา หมดสติ หรือบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถเซ็น หรือยินยอมให้ตรวจสอบได้ ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ กำหนดให้พนักงานสอบสวนสามารถขอให้แพทย์ตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด หรือหาสารเสพติดในร่างกายได้ แต่เจ้าของผลตรวจมีสิทธิจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้นำผลดังกล่าวไปใช้ในคดีได้ หากอาการดีขึ้น หรือได้สติในภายหลัง

และผู้ที่เมาแล้วขับทำผิดซ้ำในรอบ 2 ปี จะไม่สามารถรอลงอาญา หรือรอการกําหนดโทษได้ จะต้องรับโทษจำคุกทันที โดยให้เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะสั่งลงโทษระยะเวลาเท่าใด เพราะผู้กระทำความผิดบางราย ได้รอการลงโทษหรือรอลงอาญาหลายครั้ง จนทำให้ไม่เข็ดหลาบและทำผิดซ้ำ

อีกเรื่องคือการเพิ่มโทษปรับกับผู้ขับขี่ที่ไม่จัดคาร์ซีตให้กับเด็กเล็กที่โดยสารมาด้วย โดยไม่มีผู้ปกครองนั่งคู่ดูแล เช่น หากผู้ปกครองขับรถและเด็กที่นั่งมาด้วยไม่มีผู้ปกครองนั่งคู่ดูแล จะต้องจัดคาร์ซีตหรือที่นั่งเด็กให้ ซึ่งก่อนหน้านี้โทษปรับอยู่ที่ 500 บาท ก็มีการเพิ่มโทษปรับเป็น 2,000 บาท แต่หากพบทำผิดครั้งแรกจะใช้วิธีการตักเตือนและบันทึกข้อมูลไว้ เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองกลับไปแก้ไข

ทั้งนี้ หากใครสนใจจะไปแสดงความคิดเห็นร่วมหรือเห็นต่าง จากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สามารถเข้าไปร่วมทำประชาพิจารณ์ได้ ซึ่งหลังจากได้ผลการทำประชาพิจารณ์แล้ว จะนำผลไปเสนอให้คณะกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนนำเรื่องส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และนำเข้าสภาเพื่อผ่านร่างบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ พลตำรวจตรีเอกรักษ์ ยังแจ้งเตือนไปถึงประชาชนผู้ขับขี่รถทุกประเภทให้ระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมที่จะถึงนี้ พ.ร.บ.จราจรทางบก จะบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการตัดแต้มจากข้อหาต่าง ๆ จึงขอให้ศึกษารูปแบบการตัดแต้ม และไม่ทำผิดในทุกข้อหา