เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ควันปะทุตลาดแม่กิมเฮง หลังถูกไฟไหม้วอด จนท.เร่งฉีดน้ำสกัด ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ

เหตุไฟไหม้ตลาดแม่กิเฮงนี้เกิดขึ้นราว 21.30 น. วานนี้ (1 ธ.ค.) ภายในตลาดใหญ่ใจกลางตัวเมือง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพียงแค่ 300 เมตร เปลวไฟลุกไหม้ แผงร้านค้า ในตลาดอย่างรุนแรง ท่ามกลางความตื่นตกใจของชาวบ้าน ที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียง ต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดอลหม่าน หลังเพลิงสงบพบว่าแผงค้าด้านในถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด และยังลุกลามไหม้ตึกแถวที่อยู่ติดกันเสียหายอีกด้วย

ล่าสุดวันนี้ ราว 09.30 น. ที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิง 3 คัน เร่งฉีดน้ำสกัดกลุ่มควันที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง บริเวณพื้นที่ชั้นใน ที่มีซากโครงสร้างอาคาร และโครงหลังคาพังถล่มทับร้านค้าแผงขายสินค้านับ 100 แผง ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากปรักหักพัง กองทับถมกันอยู่ พร้อมเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อป้องกันเกิดไฟปะทุขึ้นมาอีก

ขณะเดียวกัน ปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา ได้ออกประกาศให้ตลาดแม่กิมเฮง เป็นพื้นที่ภัยพิบัติอัคคีภัย ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน พร้อมนำเชือกกั้นพื้นที่โดยรอบ ป้องกันอันตรายจากโครงสร้างอาคารพังถล่มซ้ำ

เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครราชสีมาได้ตั้งเต็นท์เปิดให้พ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้มาลงทะเบียน เพื่อรวบรวมข้อมูลหาทางช่วยเหลือ เบื้องต้นพบมีพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนมากกว่า 100 ราย ที่ต้องหยุดค้าขายสินค้าทั้งหมด จึงต้องเร่งหาพื้นที่ขายใหม่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

มีรายงานว่าตลาดแห่งนี้เป็นของเอกชน เป็นตลาดเก่าแก่ที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี และทำประกันอัคคีภัยเอาไว้ เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายพบว่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่สั่งการหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาพ่อค้า แม่ค้า ที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นได้ประสานขอใช้สถานที่ลานจอดรถในวัดสะแก ตรงข้ามกับตลาดกางเต็นท์ เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า ที่ได้รับความเดือดร้อนใช้ขายของชั่วคราวไปก่อน ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้นำรถกระเช้ามาทำการตัดกระแสไฟฟ้าทั่วทั้งตลาด เพื่อเปลี่ยนสายไฟฟ้าที่ชำรุด และเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าที่ระเบิดจนได้รับความเสียหาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าโซนที่ถูกไฟไหม้ต้องรื้ออาคารออกทั้งหมด เพราะโครงสร้างไม่แข็งแรงแล้ว ส่วนการช่วยเหลือ พบว่าส่วนใหญ่เช่าแผงขายของ จึงจะช่วยเหลือในเรื่องเครื่องมือทำมาหากิน รายละไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอ และกำลังหารือว่าจะเปิดรับบริจาค เนื่องจากมีประชาชนที่เห็นใจพ่อค้า แม่ค้า ติดต่อขอบริจาคมาจำนวนหลายรายแล้ว

ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น พบว่าต้นเพลิงอยู่ในร้านขายดอกไม้ หน้าตลาดแม่กิมเฮง จุดดังกล่าวมีแผ่นโฟม และฟาง สำหรับทำพวงหรีดอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามไหม้ตลาดอย่างรวดเร็วขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบอีกครั้ง