เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ผู้ว่าฯ นราธิวาส ประกาศเขตภัยพิบัติ 3 อำเภอ หลังฝนตกหนัก-น้ำท่วม

พื้นที่ประสบภัยในจังหวัดนราธิวาสมีทั้งสิ้น 4 อำเภอ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก สุคิริน สุไหงปาดี และอำเภอระแงะ รวม 20 ตำบล 99 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 20,792 คน รวม 8,130 ครัวเรือน

ล่าสุด นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 3 อำเภอ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก สุคิริน และสุไหงปาดี เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก สูงเกือบ 2 เมตร ไหลเข้าท่วม 6 ชุมชน ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก รวมถึงพื้นที่รอบนอก จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าในช่วงวันที่ 3 - 7 ธันวาคม คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจในอำเภอสุไหงปาดี พบว่าที่วัดประชุมชลธารา และพื้นที่โดยรอบ ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่ง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พร้อมกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือในการขนย้ายสิ่งของไปไว้บนที่สูง รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ส่วนที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ติดริมแม่น้ำสายบุรี ซึ่งไหลมาจากอำเภอศรีสาคร และอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ นายจรัญ จันทรปาน นายอำเภอรามัน แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่ม 6 ตำบลคือ บาลอ, ตะโล๊ะหะลอ, กายูบอเกาะ, อาซ่อง, เกะรอ และท่าธง ที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ให้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งให้พร้อม ขนย้ายสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง พร้อมติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้จัดเตรียมเครื่องจักรกล เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดฝนตก ดินสไลด์ รวมทั้งเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด