เช้านี้ที่หมอชิต

รวบทันควัน โจรใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ธนาคาร พลาดท่าถูกดึงหัวทิ่ม

เช้านี้ที่หมอชิต - รวบคนร้ายใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ธนาคารแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ 48 แต่ถูกพนักงานดึงหัวทิ่มขณะปีนเคาน์เตอร์ และถูกพลเมืองดีช่วยกันจับตัวได้ทันควัน อ้างไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง จึงลงมือก่อเหตุ

กล้องวงจรปิดภายในธนาคารแห่งหนึ่ง เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะพนักงานกำลังให้บริการลูกค้าที่เคาน์เตอร์ตามปกติ จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกเดินเข้ามาแล้วกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ไปอย่างรวดเร็ว แต่พนักงานผู้ชายพยายามกีดกันไม่ให้คนร้ายเข้ามา ก่อนจะดึงคนร้ายจนเสียหลักล้มหัวทิ่มลงไปด้านล่าง ขณะนั้นพนักงานหญิงพยายามกวักมือเรียกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาช่วยกันจับตัวคนร้าย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นราว 15.00 น. วานนี้ (2 ธ.ค.) ตำรวจ สน.คลองตัน ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ปืนพยายามจี้ชิงทรัพย์ธนาคารแห่งหนึ่ง ในซอยพัฒนาการ 48 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร พบพนักงานธนาคารและพลเมืองดีช่วยกันจับตัว นายพิชิต ศรีใสคำ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ต้องหาเอาไว้ได้ พร้อมของกลางปืนปลอม สนับมือ หมวกกันน็อก และรถจักรยานยนต์

จากการปากคำพนักงานธนาคาร ทราบว่า ขณะที่พนักงานประมาณ 3-7 คน กำลังให้บริการลูกค้าที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ จู่ ๆ มีคนร้ายเป็นผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดติดเครื่องไว้ด้านหน้าธนาคาร สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ เข้ามาและกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ช่องที่ 2 พร้อมกับตะโกนว่า "นี่คือการปล้น" เขาจึงคว้ากระเป๋าคาดหน้าอกของคนร้าย จนเสียหลักล้มหัวทิ่มลงมาด้านในเคาน์เตอร์ จากนั้นตะโกนให้เพื่อนพนักงาน และพลเมืองดีเข้ามาช่วยกันจับเอาไว้ได้ ก่อนแจ้งตำรวจมาคุมตัวไปดำเนินคดี

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนดูลาดเลาธนาคารต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงไว้ 2-3 แห่ง ก่อนจะมาดูที่ธนาคารดังกล่าว พบว่าไม่มี รปภ. จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ ส่วนสาเหตุนื่องจากไม่มีเงินค่าเช่าห้องที่ค้างอยู่ 2 เดือนแล้ว แต่ก็มาถูกจับได้

หลังสอบปากคำผู้ต้องหาแล้ว ตำรวจได้คุมตัวไปค้นห้องเช่าบริเวณใกล้เคียงธนาคารเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์ และพกพาสิ่งเทียมอาวุธปืน พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

รายงานแจ้งว่าธนาคารดังกล่าว เคยถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบข้ามาจี้ ได้เงินสดไปจำนวน 100,000 บาท และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนจะถูกจับตัวได้ที่บ้านพักย่านสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562