ห้องข่าวภาคเที่ยง

น้ำท่วมอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ยังน่าเป็นห่วง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมวลน้ำได้ไหลลงสู่แม่น้ำสุไหงโก-ลก โดยพื้นที่ปลายน้ำอยู่ในอำเภอตากใบ ก่อนจะไหลลงทะเล แต่แม่น้ำสุไหงโก-ลก รับน้ำได้แค่ประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่มวลน้ำที่ไหลผ่านมีมากถึง 340 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำได้แค่ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น

ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมในอำเภอตากใบ เพิ่มขึ้นอีก 30 เซนติเมตร และพื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายเป็น 3 ตำบล คือ ตำบลนานาค ตำบลพร่อน และตำบลโฆษิต วันนี้โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดเรียน เนื่องจากบางจุดระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ซึ่ง นายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์ สถานการณ์จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ที่จังหวัดยะลา ฝนที่ตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี เพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งไหลหลากท่วมพื้นที่ลุ่มหลายหมู่บ้านในอำเภอรามัน ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของ และอพยพสัตว์เลี้ยงไปอยู่บนถนน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปอำนวยความสะดวกประชาชนในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน พร้อมทั้งนำเครื่องอุปโภค-บริโภค ไปแจกให้กับชาวบ้านที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีฝนตกกระจาย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปากพนัง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเขตลุ่มน้ำปากพนัง 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอปากพนัง อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอร่อนพิบูลย์ ให้ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลา เร่งเคลียร์พื้นที่ชายหาดชลาทัศน์ ที่ถูกคลื่นซัดพังเสียหายเป็นระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร แต่ยังปรับปรุงแนวชายหาดไม่ได้ เนื่องจากคลื่นยังแรง นอกจากนี้ยังได้ตัดแต่งต้นสนที่มีความสูงให้เหลือเพียงครึ่งต้น เพื่อลดแรงเสียดทานของกระแสลม ส่วนต้นสนขนาดใหญ่อายุเกือบ 100 ปี ที่ถูกคลื่นซัดโค่นล้ม 6-7 ต้น เจ้าหน้าที่จะตัดให้ล้มลงทะเล เพื่อเป็นเขื่อนลดความรุนแรงของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง