สนามข่าว 7 สี

กล้าลองกล้าลุย : เกาะติดเบื้องหลังนักวิจัยถ้ำ จ.พัทลุง ตอน 1

กล้าลองกล้าลุย วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปลุยเกาะติดเบื้องหลัง ดูการทำงานของทีมนักวิจัยถ้ำ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง การลุยสำรวจครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากบุกเบิกถ้ำใหม่แล้ว เรายังได้เจอสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยาก และบางชนิดอาจจะเรียกได้ว่า เป็นสัตว์ชนิดใหม่ในบ้านเรา ไปติดตามชมพร้อมกัน

วันนี้ กล้าลองกล้าลุย พร้อมกับทีมงาน เราพาคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังทุกท่าน มาลุยเกาะติดดูเบื้องหลังการทำงานของเหล่าทีมนักวิจัย ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าบ้านเรามีทีมนักวิจัยแบบนี้ด้วย ซึ่งที่ทำงานของพวกเขา ก็คือ ถ้ำต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านเรานี่แหละ เราเรียกพวกเขาว่า นักวิจัยถ้ำ 

นี่คือ ผู้อยู่เบื้องหลังการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การสำรวจสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ภายในถ้ำ โดยเฉพาะภารกิจนี้ เราบอกไว้ก่อนเลยว่า เราเจอสัตว์บางชนิดที่หาได้ยาก และอาจจะเป็นชนิดใหม่ของบ้านเรา

เหล่าทีมนักวิจัยถ้ำที่เห็น มาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ โสภาค จันทฤทธิ์ จากสถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทร นักวิจัยจากพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี และนักศึกษา ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ขององค์การบริการส่วนตำบลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

แค่ถ้ำแรกก็ทุลักทุเลแล้ว โดยเฉพาะกับน้อง ๆ ทีมงานที่เป็นผู้หญิง แต่ทุกคนก็ใจสู้ เพราะการสำรวจครั้งนี้ เป้าหมายของเรานอกจากเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตแล้ว ยังเป็นการสำรวจสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ภายในถ้ำ วันนี้ ทีมวิจัยจึงเตรียมพร้อมอุปกรณ์มาแบบครบครัน แบ่งการทำงาน ทั้งทีมสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และทีมสำรวจสัตว์ใต้น้ำ

ด้านในของถ้ำนาว หรือถ้ำมะนาวนี้ จะเป็นโพรงลึกลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเราปีนบันไดไม้ และค่อย ๆ เดินไปได้สักพักหนึ่ง ก็เริ่มลงมือทำงานกันทันที ความหลากหลายอย่างแรกที่เราต้องสำรวจ ก็คือ ค้างคาวในถ้ำ ทั้งชนิด สายพันธุ์ ขนาด ไปจนถึงจำนวนของค้างคาวที่อาศัยอยู่ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่เรานำเข้ามา จึงทำให้สามารถจำแนกได้อย่างรวดเร็ว ว่าเป็นค้างคาวสายพันธุ์ไหน ด้วยการฟังเสียงตามจุดต่าง ๆ เครื่องนี้จะแปลงเสียงร้องของค้างคาวออกมาให้เราได้ยินแบบนี้

นอกจากที่ฟังเสียงแล้ว จากนั้นก็จะสุ่มจับค้างคาวมาวัดขนาดตัว ความยาวปีก และหาปรสิตที่อาศัยอยู่ในตัวค้างคาว พร้อมกับนำตัวอย่างปรสิตกลับไปทำการวิเคราะห์อีกที

นอกจากค้างคาวแล้ว สิ่งมีชีวิตในถ้ำทุกชนิดที่อาศัยตามพื้น ตามซอกต่าง ๆ นักวิจัยถ้ำจะต้องสังเกต และจำแนกให้ได้ ดังนั้น การเก็บตัวอย่างจึงมีความสำคัญ บางถ้ำถ้าอากาศมีน้อย จึงต้องเร่งมือทำงาน เพราะการอยู่ด้านในถ้ำนาน ๆ ก็มีความเสี่ยง อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ อันตรายของถ้ำมืด ๆ อาจไม่ใช่แค่พวกงู หรือแมงมุมชนิดต่าง ๆ ที่หลายคนอาจเจอบ่อย และปวดแสบปวดร้อนโดยไม่รู้ตัว คือ เจ้าตัวนี้

นี่คือ มดปุยฝ้าย ชื่อฟังดูน่ารัก แต่ถ้าเจอในถ้ำ ห้ามแตะ ห้ามสัมผัสโดนตัวมดเด็ดขาด โดยเฉพาะเวลาที่มันปล่อยฟองขาว ๆ คล้ายปุยฝ้ายออกมา ฟองขาว ๆ ที่เห็น คือ พิษของมัน ถ้าโดนเข้าไปจะปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก ดังนั้น นักวิจัยถ้ำเองจึงต้องระมัดระวังตัวหลาย ๆ ด้าน นอกจากสัตว์มีพิษ บางจุดก็มืด ลื่น และเป็นหลุมลึก ถ้ำแรกของการสำรวจวันนี้ เราเจอความหลากหลายของสัตว์หลายอย่าง แต่ที่ดูแล้วน่าเสียดายก็คือ ภายในถ้ำถูกรบกวนจนแทบจะกลายเป็นถ้ำตาย หินงอก หินย้อย ไม่ค่อยเกิด แถมยังถูกระเบิด ถูกขุดนำไปใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานหลายปี บางจุดก็มีคนเข้ามาทำพิธีบางอย่าง พร้อมกับขุดเป็นหลุมลึก ที่เห็นแล้วน่าใจหายมาก ๆ อย่างจุดที่เรายืนอยู่นี้ ถูกขุดลึกลงไปหลายเมตร

อาจารย์บอกว่า กว่าถ้ำจะฟื้นตัวได้ต้องใช้เวลานานไม่รู้กี่ปี วันนี้ เราใช้เวลาอยู่กับถ้ำนาวเกือบตลอดทั้งวัน แทบเกือบจะถอดใจกับสิ่งที่เห็น แต่ว่ายังเหลืออีก 2 ถ้ำ ที่ยากกว่า และลำบากกว่า พร้อมกับการค้นพบสิ่งมีชีวิต ที่คาดว่าน่าจะเป็นชนิดใหม่ในบ้านเรา พรุ่งนี้มาติดตามกันต่อ