สนามข่าว 7 สี

นายกฯ เมินกิจกรรม วิ่งไล่ลุง ขอสังคมดูเหมาะสม พล.อ.ประวิตร ลั่น! ผิดกฎหมายดำเนินการทันที

ต้องจับตากันที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (4 ธ.ค.) ว่าผลจากงานเลี้ยงกระชับสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะบรรยากาศเมื่อคืนเป็นไปอย่างชื่นมื่นแบบสุด ๆ

เป็นงานเลี้ยงครั้งแรกของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จัดขึ้นที่สโมสรราชพฤกษ์ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับประทานอาหารกับบรรดารัฐมนตรี หัวหน้าพรรค และแกนนำสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ จึงเป็นการรวมตัวของ 18 พรรคการเมือง ที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลครบครัน

ทั้งนี้ บรรดาแกนนำรัฐมนตรีต่างยืนยัน งานเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันไม่ใช่เพื่อประสานรอยร้าว แต่เป็นปกติในทางการเมืองหลังจากได้ร่วมงานกันระยะหนึ่งที่ต้องพบปะกันเป็นระยะ โดย นายกรัฐมนตรีถือโอกาสนี้พูดคุยสื่อสารการทำงานไปถึงสมาชิกแต่ละพรรค เพื่อทำงานให้กับประชาชนต่อไป

ส่วนที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวจัดกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ในวันที่ 12 มกราคม 2563 นั้น เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีไม่สนใจ บอกให้สังคมพิจารณาว่าสมควรหรือไม่กับความเคลื่อนไหวที่ไม่สร้างสรรค์ในสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็เตรียมดูว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายใด หรือผิด พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะหรือไม่

อีกเรื่องที่เคลียร์กันได้แล้วในรัฐบาล ก็คือประเด็นเรื่องการชะลอแบนสารเคมีทางการเกษตรออกไปอีก 6 เดือน

โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย รายงาน ครม. ถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชะลอแบนสารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส 6 เดือน ส่วนไกลโฟเซตให้ใช้ได้ต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยหลังพบสารเคมีค้างในสต็อกมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และรัฐบาลไม่สามารถจ่ายชดเชยได้ อีกทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เข้าใจแล้วว่ารัฐบาลต้องดูแลประชาชนไม่เฉพาะเรื่องสุขภาพ

ส่วนมติคณะกรรมการว่าถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายหรือไม่ นายสุริยะ ระบุ ตามกฎหมายไม่ได้บอกให้ใช้วิธียกมือ จึงใช้วิธีสอบถามความเห็น เมื่อไม่มีความเห็นอื่นจึงถือเป็นมติเอกฉันท์ ซึ่งพิสูจน์ด้วยการถอดเทปการประชุม แต่ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากธรรมศาสตร์ มองว่าเมื่อไม่มีการนับองค์ประชุม และไม่ให้กรรมการออกเสียง มติเลื่อนการแบน 3 สารเคมีเกษตร จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถือว่าไม่มีมติใหม่ด้วย

และเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาคดีสำคัญ โดยนัด พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ พร้อมกับจำเลยอีก 2 คน ไปรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีร่วมกับพวกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 2552

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพัทยายกคำร้องขอรับสารภาพ และได้ติดสินจำคุก นายวรชัย และ นายสำเริง 4 ปี ส่วน พันตำรวจโท ไวพจน์ ศาลได้ยกคำร้องขอใช้เอกสิทธิ์การเป็น สส. ที่ไม่ไปฟังคำพิพากษา พร้อมออกหมายจับ และนัดให้ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 มกราคม 2563

ขณะที่ พันตำรวจโท ไวพจน์ ไปโผล่ที่พรรคพลังประชารัฐหลังศาลฎีกาออกหมายจับ โดยบอกไปร่วมประชุมพรรคและยืนยันยังทำหน้าที่ สส. ต่อไป เพราะเชื่อมีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง พร้อมบอกต้องรอวันที่ 15 มกราคม 2563 ที่ศาลฎีกานัดให้มาฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป