ห้องข่าวภาคเที่ยง

แชร์สนั่นโซเชียล : วิน จยย. โต้กลับ..ที่แท้โดนแกร๊บคาร์รุมยำก่อน

คลิปนี้ต้องบอกว่ามวยถูกคู่จริงๆ ก่อนหน้านี้โลกโซเชียลโพสต์คลิป กรณีวินจักรยานยนต์เจ้าถิ่นวางมวยกับคนขับรถแกร็ปคาร์ เหตุเพราะแย่งลูกค้ากัน ล่าสุด พี่วิน ออกมาโต้ ไม่ใช่ว่าวิน จยย. ไปกร่างแล้วรุมยำแกร็บคาร์ แต่แกร็บคาร์นั่นแหละยกพวกมาเล่นงานพวกเขาก่อน

งัดกันมาทุกท่าแม่ไม้มวยไทย ชุลมุนถือเก้าอี้ขึ้นมาป้องกันตัวกันทีเดียว ขณะที่ภาพอีกมุมหนึ่งเห็นว่าวินจักรยานยนต์กำลังฟัดกันนัว กับชายเสื้อครีมซึ่งก็คือ คนขับรถแกร็บต่างถิ่น ก่อนจะล้มลงแล้วถูกประเคนหมัดใส่แบบไม่ยั้ง งานนี้ไทยมุงตบเท้ากันมาทีเดียว แต่ในคลิปที่น่าสังเกตคือ เมื่อพี่วินจักรยานยนต์ล้มลงกับพื้น แต่เหตุใดเพื่อนคนอื่นๆ กลับยืนดูห่างๆ ไม่เข้ามาช่วย

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่หน้าหอพักในซอย 4 ตำบลคลองตำหรุ จังหวัดชลบุรี พี่วินที่อยู่ในคลิป เล่าว่า หลังคลิปถูกแชร์ออกไป มีคนดราม่า พากันมาด่าวินจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจ วินจักรยานยนต์ไม่ได้เป็นคนรุมแกร็บคาร์ แต่จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ เพื่อนวินที่ขับรับส่งผู้โดยสารหน้าหอพัก เห็นคู่กรณี คือ แกร็บคาร์เสื้อครีมเข้ามาส่งลูกค้า จึงเดินไปบอกว่ารับส่งลูกค้าตรงนี้ไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานแกร็บคาร์ได้ย้อนกลับมาพร้อมกับพวกกว่า 8 คน พร้อมอาวุธครบมือ ปรี่เข้ามาชกที่หน้าตนแบบไม่ยั้ง ทั้งๆ ที่ตนเพิ่งกลับมาจากส่งลูกค้าและไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าเพื่อนวินจักรยานยนต์อีก 3 คน ไม่กล้าเข้ามาช่วย เพราะกลุ่มแกร็บคาร์ยืนล้อมไว้ด้านนอกอีกจำนวนมาก จึงเกิดความกลัว ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นรู้สึกว่าแกร็บคาร์ทำเกินกว่าเหตุ มีการต่อยผิดตัว เบื้องต้นได้ไปแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีไว้แล้ว

โดยวินจักรยานยนต์ ยังฝากไปถึงกรมการขนส่งทางบก ให้เพิ่มมาตรการเข้มจัดการกลุ่มแกร็บคาร์ ซึ่งผิดกฎหมายมองว่าแต่ละจุดก็มีวินจักรยานยนต์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายให้บริการอยู่แล้วพร้อมวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยไว

ทีมข่าว 7HD ยังได้ไปสอบถามสำนักงานขนส่งชลบุรี เผยว่าเรื่องนี้เป็นข้อพิพาทยืดเยื้อกันมานาน ซึ่งยอมรับว่าแก้ยากเพราะแกร็บคาร์ยังไม่ถูกอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นรถโดยสารสาธารณะ แบบถูกกฎหมาย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแต่ส่วนใหญ่ลูกค้า ก็ยังเลือกใช้บริการ เนื่องจากมีราคาถูกและนั่งได้หลายคน ล่าสุดจะติดตามตัวแกร็บคาร์คันดังกล่าวมาตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากมีความผิด ก็จะเข้าข่าย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ห้ามนำรถส่วนบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตมาให้บริการ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนเรื่องคดีทำร้ายร่างกายก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ