7HD ร้อนออนไลน์

ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลฯ วินิจฉัย พ.ร.บ. คำสั่งเรียกของ กมธ.สภา ขัด รธน. หรือไม่

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเอกฉันท์ส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยปม พ.ร.บ. คำสั่งเรียกของ กมธ.สภาผู้แทนราษฎร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยันพิจารณาตามข้อกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการที่ กมธ.ป.ป.ช.มีคำสั่งเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชี้แจงปมถวายสัตย์

บ่ายวันนี้ ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 231(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 23(1) พ.ร.ป ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 ภายในวันนี้

เนื่องจากเห็นว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 135 ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภามีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำ หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาอยู่นั้นได้ และเพื่อให้คำสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบังคับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 13 ก็ได้บัญญัติว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ได้กำหนดกลไกการดำเนินกิจการของทั้งสองสภาไว้ในมาตรา 129  ให้คณะกรรมาธิการทั้งสองสภามีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้น และได้บัญญัติวิธีการให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงตามที่กมธ.ทั้ง 2 สภาต้องการในลักษณะมาตรการเชิงบังคับว่าให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในกิจการที่คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษา ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดหรือในกำกับให้ข้อเท็จจริง ส่งเอกสาร หรือแสดงความเห็นตามที่คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภาเรียก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ให้คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภากระทำกิจการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของทั้งสองสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้มีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาต่อบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามการเรียกของ กมธ.

จึงเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 129 ให้กมธ.มีอำนาจเพียง “เรียก” มิได้ให้อำนาจในการ “ออกคำสั่งเรียก” เหมือนมาตรา 135 ของรัฐธรรมนูญ 2550 จึงถือว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13  มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 129

การพิจารณาดังของผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวกับการที่ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎรจะออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรี กรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน และเมื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เป็นดุลยพินิจของประธานกมธ.ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร กับคำสั่งเรียกเอกสารหรือบุคคลที่ได้มีมาก่อนหน้านี้ เพราะผู้ตรวจไม่ได้มีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งเรียกดังกล่าวได้ รวมทั้งเป็นดุลยพินิจของผู้ที่ถูกเรียกว่าจะไปให้ข้อมูลหรือรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ