7HD ร้อนออนไลน์

2 พี่น้อง กระบะขนของ แจ้งความตำรวจทางหลวง

ความคืบหน้ากรณีคนขับรถกระบะขนพริกไลฟ์สดขณะปะทะคารมณ์กับตำรวจทางหลวง หลังถูกเรียกตรวจที่หน้าศูนย์บริการตำรวจทางหลวงรัตภูมิ หรือ ป้อมทางหลวงพรุพ้อ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และระหว่างนั้นได้เกิดยางล้อรถกระบะระเบิดขึ้น พร้อมกับตำรวจทางหลวงนายหนึ่งที่วิ่งมาด้วยอาการบาดเจ็บ และมีการตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการใช้ของมีคมกรีดยางรถ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมวิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ และเบื้องต้นทางสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้มีคำสั่งย้ายตำรวจทางหลวงนายนี้ไปช่วยราชการที่ตำรวจทางหลวง อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมกับตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน หากพบว่า กระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด

ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (4 ธ.ค. 62) นายพรพจน์ แซ่ล้อ อายุ 26 ปี เจ้าของรถกระบะขนพริก และ นายพรศักดิ์ แซ่ล้อ อายุ 31 พี่ชาย ซึ่งเป็นผู้ช่วยขับรถ และเป็นคนไลฟ์สดเหตุการณ์นี้ ได้เดินทางไปยัง สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา และเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธีรวัฒน์ สังเมียน รองสารวัตรสอบสวน สภ.รัตภูมิ เพื่อให้ดำเนินคดีกับตำรวจทางหลวงนายนี้จนถึงที่สุด ในข้อหาที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ทำให้เสียทรัพย์ พยายามฆ่า และ หมิ่นประมาท

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งสอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรถกระบะคันเกิดเหตุ รวมทั้งยางรถที่ระเบิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ และเรียกคู่กรณีมาสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องว่า เข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง และจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการ เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการตำรวจ

นายพรพจน์ เจ้าของรถ เปิดเผยว่า ตนทั้ง 2 คน จะดำเนินการเอาผิดกับตำรวจทางหลวงนายนี้จนถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา และจะไม่มีการยอมความ และไม่กลัว แม้ว่า คู่กรณีจะเป็นตำรวจ หรืออาจจะส่งผลกระทบกับอาชีพรับจ้างขนผัก ซึ่งสาเหตุที่ยางระเบิดนั้นไม่ใช่มาจากอุบัติเหตุแน่นอน เพราะ เป็นยางใหม่ วิ่งได้พันกว่ากิโลเท่านั้น แต่ลักษณะเป็นรอยกรีดชัดเจน อีกทั้งขณะที่ยางระเบิด ก็มีตำรวจทางหลวงนายนี้นายเดียวที่ไปตรวจรถของตน

ส่วนสาเหตุที่ปะทะคารมณ์กันนั้นเป็นเพราะ ตำรวจทางหลวงนายนี้เรียกตรวจรถ แต่ไม่มีอะไรผิด ทั้งความสูง และท่อดัง และเมื่อถามว่า จะแจ้งข้อหาอะไร ก็ไม่ได้รับคำตอบ และถูกด่าด้วยคำหยาบคาย ประกอบกับตนต้องทำเวลา เพื่อไปส่งพริกให้ทัน จึงเกิดเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปไลฟ์สดขึ้นมา

นายพรพจน์ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องที่ทางร้อยเวรตำรวจทางหลวงในวันนั้นออกมาบอกว่า ได้มีการเจรจา และเคลียร์ปัญหากันจบแล้วนั้น เป็นเพียงคดีแพ่งที่ทางตำรวจทางหลวงยอมเปลี่ยนยางใหม่ให้ และให้การช่วยเหลือ จนสามารถนำพริกไปส่งได้ทันเวลาไม่ตายนึ่ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 แสนบาท แต่ในทางคดีอาญาตนไม่ได้พูด หรือบอกว่า จะยอมความ จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจทางหลวงนายนี้จนถึงที่สุด และจะไม่มีการเคลียร์ หรือยอมความอย่างแน่นอน

ส่วนตำรวจทางหลวงนายนี้ล่าสุดในวันนี้ได้ไปรายงานตัวที่ตำรวจทางหลวงโคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี แล้ว ในสภาพที่แขนขวายังเข้าเฝือก และต้องประจำอยู่ที่นั่น จนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจะออกมา