เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ผู้เชี่ยวชาญเผย ล้อยางรถกระบะบรรทุกพริกระเบิด เชื่อเกิดจากโดนเจาะ

จากกรณีคลิปวิดีโอที่ตำรวจทางหลวงปะทะคารมกับคนขับรถกระบะบรรทุกพริก ในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ต่อมาคนขับรถกระบะและชายที่มาด้วยกัน ถูกตำรวจเชิญตัวมาคุยกับผู้บังคับบัญชา จังหวะนั้นก็มีเสียงดังสนั่นจากรถกระบะที่จอดอยู่ ก่อนที่ตำรวจซึ่งปะทะคารมด้วยจะวิ่งมาในสภาพได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่ล้อรถกระบะด้านหลังมีรอยแตก

ร้อยตำรวจเอกชัยรัตน์ หนูละออง ตำรวจทางหลวง ซึ่งทำหน้าที่ร้อยเวรในวันเกิดเหตุ ชี้แจงว่า การเรียกตรวจค้นรถกระบะเป็นไปตามการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวง เพื่อตรวจสอบรถเป้าหมายที่อาจซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งได้รับรายงานว่าอาจซุกซ่อนมากับรถขนสินค้า แต่ระหว่างนั้นอาจทำให้เสียเวลา และคนขับเกิดความไม่พอใจ และไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงเกิดการโต้เถียงขึ้น

ส่วนกรณีที่ยางรถระเบิด ได้สอบสวนตำรวจทางหลวงนายดังกล่าว เบื้องต้นปฏิเสธว่าไม่ได้เจาะยางรถ แต่ในจังหวะที่ก้มลงดูใต้ท้องรถยางเกิดระเบิด ทำให้ถูกแรงอัดได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ขณะที่หลังเกิดเหตุตำรวจทางหลวงได้ช่วยเหลือนำยางอะไหล่มาเปลี่ยนให้ทั้ง 2 เส้น เป็นเงิน 8,700 บาท ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็สามารถขับรถไปส่งพริกได้ทันเวลา

แต่ขณะเดียวกันสังคมออนไลน์ยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตั้งข้อสงสัยกรณียางรถระเบิด ว่าเกิดจากการที่ตำรวจเจาะยางหรือไม่

ทีมข่าวไปสอบถามศูนย์บริการเกี่ยวกับยางรถยนต์โดยเฉพาะ หัวหน้าช่างเทคนิค ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานมากว่า 16 ปี บอกว่า จากสภาพร่องรอยยางรถที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ที่ฉีกขาดไปตามแนวแก้มยางรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนที่บางที่สุด มั่นใจว่าเกิดจากการโดนเจาะยาง ไม่ใช่ยางระเบิด เพราะหากยางระเบิดในขณะที่รถจอดหยุดนิ่ง ยางจะมีร่องรอยขาดจากขอบยางด้านในออกมาด้านนอก ไม่เหมือนกับยางระเบิดในขณะที่รถวิ่ง จะมีร่องรอยแตกทั้งรอบวงล้อของยาง

หัวหน้าช่างเทคนิค ให้ข้อมูลอีกว่า ปกติรถที่ใช้บรรทุกของจะใช้ยางที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้บรรทุกของโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีความหนาและรับน้ำหนักได้มากเป็นพิเศษ ขณะที่รถกระบะทั่วไปจะเติมลมยางประมาณ 35 ปอนด์ หากโดนเจาะหรือกรีด ยางรถจะรั่ว แต่รถขนของซึ่งใช้ยางชนิดนี้จะเติมลมประมาณ 80-100 ปอนด์ หากโดนเจาะจะทำให้ยางระเบิดตามรอยดังกล่าว