ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดขอนแก่น

เวลา 08.34 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังอาคารศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 และ 2562 โดยปีนี้สภามหาวิทยาลัยฯ มีมติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาทันตแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยทรงอุทิศพระองค์สนับสนุน และพัฒนางานด้านสุขภาพช่องปาก, ทรงส่งเสริมการพัฒนาทันตบุคลากรและวิชาชีพทางทันตแพทยศาสตร์ให้เจริญก้าวหน้า และทรงยกระดับให้หน่วยทันตกรรมพระราชทานเป็น "ศูนย์ทันตกรรมพระราชทานและทันตกรรมเคลื่อนที่" และพระราชทานนามว่า "ศูนย์ทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" จากนั้นพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน, รางวัลพระธาตุพนมทองคำ, รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น, รางวัลศรีมอดินแดง ประเภทบุคลากร ตำแหน่งวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไปวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และรางวัลศรีกาลพฤกษ์ สำหรับนักศึกษาปัจจุบัน ประจำปีพุทธศักราช 2562 รวม 5 รางวัล ปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ระดับปริญญาโท ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ระดับปริญญาตรี และระดับอนุปริญญา เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวม 7,998 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "บัณฑิตทั้งหลายได้ศึกษาเล่าเรียนมา จนถึงระดับที่เรียกชื่อว่าเป็นการศึกษาชั้นสูงสุดแล้ว แต่ละคนคงจะได้สร้างสมประสบการณ์ ทั้งจากการดำเนินชีวิตและการเล่าเรียนมาพอสมควร ประสบการณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นทั้งข้อมูลและเครื่องมือที่บัณฑิตจะสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต และประกอบกิจการงานต่อไปได้ แม้แต่ประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ เช่น ความทุกข์ยากเดือดร้อน ความผิดหวังพลั้งพลาดหรืออุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ก็ยังมีประโยชน์ เพราะเป็นเสมือนบทเรียนที่ช่วยฝึกฝน หล่อหลอมและขัดเกลาบุคคล ให้มีความอดทนเข้มแข็ง มีความมานะพยายาม มีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิดและมีความเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตมากขึ้น ซึ่งจะเป็นคุณอย่างยิ่งแก่การดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงานในภายหน้า จึงขอให้บัณฑิตได้พิจารณาให้ซาบซึ้งถึงคุณค่าของประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้ผ่านพบมา แล้วแปรเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งนั้นให้เป็นพลังอันกล้าแกร่ง ที่แต่ละคนจะนำไปใช้สร้างสรรค์ความสำเร็จในชีวิตเละกิจการงานสืบไป"

เวลา 15.05 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารวิทยวิภาส คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้รับงบประมาณก่อสร้างขึ้นในปี 2559 เพื่อทดแทนอาคารวิทยาศาสตร์ 02 ที่ใช้งานมานานกว่า 40 ปี และเพื่อรองรับการขยายตัวและการพัฒนาของคณะวิทยาศาสตร์ในอนาคต โดยจะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน การบริหาร การจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม เพื่อพัฒนาสู่การเป็นคณะวิทยาศาสตร์ชั้นนำในระดับอาเซียน ด้านการผลิตบัณฑิตและการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ตัวอาคารออกแบบจากแนวคิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ คือ มีการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ออกแบบ เพื่อสามารถนำพลังงานธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคารวิทยวิภาส มีความหมายว่า อาคารที่เป็นแหล่งความรุ่งเรืองของความรู้ และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ประดับเหนือชื่ออาคาร เพื่อความเป็นสิริมงคล

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยต่าง ๆ ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มาประยุกต์ใช้ในงานด้านวิทยาศาสตร์ ให้สอดคล้องกับความเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของอีสาน อาทิ การประดิษฐ์ชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับจากปัสสาวะ, การบันทึก และวิจัย งานสำรวจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, การพัฒนาผลิตภัณฑ์นาโนจากสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางการเกษตร, การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนเค็มและทนแล้ง โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วย และการจัดแสดงภูมิสารสนเทศแหล่งท่องเที่ยวบริเวณอุทยานธรณีขอนแก่น

เวลา 15.31 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทรงวางศิลาฤกษ์ "อาคารศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ" ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อขยายบริการด้านการรักษาพยาบาลและการบริการสุขภาพของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการบริการให้ทัดเทียมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครและนานาชาติ

อาคารศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ ประกอบด้วย 4 อาคาร ได้แก่ อาคารศูนย์บริการการแพทย์ สูง 21 ชั้น มีพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยนอก 6 ชั้น เตียงผู้ป่วยใน 622 เตียง ในจำนวนนี้เป็นหออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต 117 เตียง มีห้องผ่าตัดและห้องส่องกล้อง, อาคารสนับสนุนบริการการแพทย์ สูง 8 ชั้น, อาคารจอดรถ สูง 12 ชั้น และอาคารเรือนพักญาติ สูง 4 ชั้น สามารถรองรับญาติผู้ป่วยได้ 420 เตียง โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 43 เดือน ซึ่งจะสามารถให้บริการรักษาพยาบาลด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในทุกระดับ โดยเฉพาะการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาต่าง ๆ ตลอดจนใช้เป็นที่ทำงานวิจัยเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการแพทย์

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด