เช้านี้ที่หมอชิต

หนุ่มขับกระบะขนพริก มั่นใจถูกกรีดยางแน่นอน ยืนยันเอาเรื่องตำรวจถึงที่สุด

เช้านี้ที่หมอชิต - หนุ่มขับรถกระบะขนพริกปะทะคารมกับตำรวจทางหลวงก่อนที่ยางล้อรถจะระเบิด เข้าแจ้งความแล้ว เผยยางเพิ่งวิ่งแค่หนึ่งพันกิโลเมตร มั่นใจโดนกรีดไม่ใช่อุบัติเหตุ พร้อมยืนยันเอาเรื่องตำรวจให้ถึงที่สุด

นี่เป็นภาพนาทีขณะเกิดเสียงดังสนั่นจากรถกระบะที่ล้อรถเกิดระเบิด ขณะจอดอยู่บริเวณจุดตรวจสกัด พื้นที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา สร้างความไม่พอใจให้กับคนขับรถและชายอีกคนที่ไปด้วยกัน เพราะสงสัยว่าตำรวจทางหลวงนายหนึ่งที่เขามีปากเสียงด้วย จะทำอะไรบางอย่างกับล้อรถ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากชายขับกระบะขนพริกปะทะคารมกับตำรวจทางหลวง หลังจากถูกเรียกตรวจและยึดกุญแจรถ จนปะทะคารมกันอย่างดุเดือด กระทั่งชายคนดังกล่าวถูกเชิญตัวมาพูดคุยต่อหน้าผู้บังคับบัญชา บริเวณหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงซึ่งอยู่ห่างกันไม่ไกล จู่ ๆ เกิดเสียงดังสนั่นจากรถกระบะ ก่อนที่ตำรวจทางหลวงคู่กรณีจะวิ่งออกมาในสภาพได้รับบาดเจ็บ เมื่อตรวจสอบล้อรถพบร่องรอยยางแตก

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของสังคมออนไลน์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะข้อสงสัยกรณีที่ยางรถระเบิดว่า เกิดจากการถูกกรีดยางหรือไม่ ทางผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

เบื้องต้นตำรวจทางหลวงนายดังกล่าว ปฏิเสธไม่ได้กรีดยางรถ และอ้างว่ายางเกิดระเบิดในจังหวะที่ก้มดูใต้ท้องรถพอดี จึงถูกแรงอัดจนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจทางหลวงนายนี้ถูกสั่งย้ายให้ออกจากพื้นที่ โดยได้ไปรายงานตัวที่ตำรวจทางหลวงโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีแล้ว ในสภาพที่แขนขวายังเข้าเฝือก

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.) นายพรพจน์ แซ่ล้อ เจ้าของรถกระบะขนพริก และนายพรศักดิ์ แซ่ล้อ พี่ชายที่ไปด้วยกัน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.รัตภูมิ เขาเล่าว่า ขณะกำลังขับรถจะไปส่งพริกถูกตำรวจทางหลวงคู่กรณีเรียกตรวจ แต่ไม่ยอมชี้แจงว่าจะแจ้งข้อหาอะไร และด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จึงปะทะคารมกันก่อนที่ยางรถจะระเบิด จากสภาพมั่นใจว่าเป็นรอยโดนกรีด ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เพราะยางรถเป็นยางใหม่ที่เพิ่งวิ่งได้หนึ่งพันกว่ากิโลเมตรเท่านั้น

ส่วนกรณีที่ตำรวจทางหลวงได้เปลี่ยนยางรถให้ใหม่จนสามารถไปส่งพริกได้ทันเวลา เป็นในส่วนของคดีทางแพ่ง ส่วนคดีอาญายืนยันจะเอาผิดกับตำรวจทางหลวงคู่กรณีให้ถึงที่สุด ทั้งในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พยายามฆ่า และหมิ่นประมาท โดยไม่มีการยอมความ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเร่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งสอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะคันเกิดเหตุ รวมทั้งยางรถที่ระเบิดซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ และจะเรียกคู่กรณีมาสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องว่า เข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง และจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ดำเนินการ เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการตำรวจ