7HD ร้อนออนไลน์

เร่งค้นหา หนุ่มโปแลนด์-สาวไทย ถูกคลื่นซัดตกเรือสูญหายไร้ร่องรอย

เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหา นักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์และเพื่อนสาวชาวไทย ที่พายเรือเล่นแต่ถูกคลื่นซัดจนเรือล่มกลางทะเลภูเก็ต สูญหายนานข้ามคืน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวี่แวว คาดถูกกระแสน้ำพัดไปไกลจากฝั่ง

ช่วงประมาณ 18.30 น.วานนี้ เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ไปกับเพื่อนหญิงชาวไทยพายเรือเล่น แล้วสูญหายอย่างไร้ร่องรอย หลังเช่าเรือคายัคจากชาวบ้านบริเวณหาดยะนุ้ย หมู่ที่ 6 บ้านแหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต มุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเกาะแก้วพิสดาร ห่างฝั่งประมาณ 2 ไมล์ทะเล เพื่ออ้อมไปทางด้านหลังเกาะ พร้อมกับเพื่อนชาวไทยและชาวต่างชาติอีก 5 คน รวมทั้งหมด 7 คน โดยใช้เรือคายัคจำนวน 4 ลำ ทั้งหมดพายเรือออกไปตั้งแต่ เวลา 16.40 โดยช่วยกันพายไปลำละ 2 คน

กระทั่งเวลา 18.30 น. เพื่อนส่วนหนึ่งได้กลับขึ้นฝั่งจำนวน 3 ลำ แต่อีกอีก 1 ลำหายไป โดยมีนาย Mateusz Juszkiewicz (มาเตอุส ยุสซโควิคซ์) อายุ 27 ปี สัญชาติโปแลนด์ และ นางสาววีรกานต์ ศิริวิภากรณ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 3 ซอยฟ้าทอง ตำบลสุขสำราญ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อนๆ รออยู่นานก็ยังไม่กลับเข้าฝั่ง

เบื้องต้นเพื่อนนักท่องเที่ยวที่มาด้วยกันแจ้งว่า ผู้ประสบเหตุได้โทรศัพท์แจ้งมาว่ายังพายเรืออยู่นอกชายฝั่ง ไม่สามารถบังคับเรือกลับเข้าฝั่งได้ เพราะถูกกระแสน้ำพัดเรือออกไปไกลจากฝั่งมาก ขณะเกิดเหตุคลื่นลมค่อนข้างแรง ความเร็วลมประมาณ 30 นอต และทราบว่าผู้ประสบเหตุถูกคลื่นซัดจนเรือล่ม แต่ยังสามารถเกาะเรือไว้ได้ จนกระทั่งเวลา 18.30 น. ไม่สามารถติดต่อกับผู้สูญหายทั้ง 2 รายได้อีก

พลตำรวจตรี กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 เผยว่า จากการสอบถามเจ้าของเรือทราบว่า เพื่อนๆ และผู้สูญหายรวมทั้งหมด 7 คน มีผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 2 คน กลับเข้าฝั่งมา 3 ลำ อีก 1 ลำ ที่ไม่ได้กลับเข้ามาเป็นหนุ่มชาวโปแลนด์พร้อมเพื่อนสาวไทย ทั้งสองคนพายเรือกันออกไปกับกลุ่มเพื่อน แต่เรืออยู่ด้านหลังลำสุดท้าย

จากนั้นเจอกระแสน้ำที่รุนแรงทำให้เรือพลิกคว่ำ ผู้สูญหายทั้งสองคนได้พยายามขึ้นเรือแต่ไม้พายของเรือหายไป  จึงโทรศัพท์ส่งตำแหน่งที่ประสบเหตุให้เพื่อนของเขาทราบเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อตรวจสอบตามพิกัดดังกล่าวพบว่า อยู่ระหว่างเกาะมันกับเกาะแก้ว ห่างฝั่งประมาณ 6 ไมล์ทะเล คาดว่า กระแสน้ำได้พัดพาเรือออกไปทางหาดกะรน  ทางเจ้าของเรือนำสปีดโบ๊ทออกตามหาแต่ยังไม่พบ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ การลาดตระเวนทางเรือได้ประสานความร่วมมือทัพเรือภาคที่ 3 ทำการค้นหา เป็นการด่วนแล้ว

นายนิกร ประภากิจยศพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุชาวบ้านในพื้นที่ได้นำเรือเจ้สสกี และเรือสปีดโบ๊ท ออกไปค้นหาทั่วบริเวณรอบเกาะ และจุดที่คาดว่าเรือคายัคพลิกคว่ำ แต่ไม่พบร่องรอย จึงได้แจ้งประสานไปยังเทศบาลตำบลราไวย์ ทัพเรือภาคที่ 3 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อหาทางช่วยเหลือ และค้นหาผู้สูญหายทั้ง 2 ราย โดยใช้เรือ, สปีดโบ๊ท และเจ็ตสกี อย่างไรก็ตามได้มีการประสานงานกับเรือประมงที่ออกหาปลาอยู่บริเวณใกล้เคียง ให้ช่วยค้นหาบริเวณหลังเกาะมันและเกาะแก้วพิสดารด้วย แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมานานกว่าสิบชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหายทั้ง 2 ราย เนื่องจากสภาพอากาศที่มีคลื่นลมแรง ประกอบกับเป็นช่วงเวลาค่ำ ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก ทัศนวิสัยการมองเห็นอยู่ในระยะที่จำกัด

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าผู้สูญหายทั่งสองน่าจะยังปลอดภัย เพราะก่อนขาดการติดต่อได้รับแจ้งว่าทั้ง 2 คนเกาะเรือคายัคลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งพัดห่างออกไปจากฝั่งเรื่อยๆ และเป็นไปได้ว่าผู้สูญหายทั้ง 2 คน อาจถูกกระแสน้ำพัดไปติดเกาะ หรือพัดเข้าชายฝั่งบริเวณหาดกะตะ กะรน หรือจุดใดจุดหนึ่ง การค้นหายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพบตัวผู้สูญหายทั้ง 2 ราย

พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผบก.ทท.3 ระบุว่า ได้แบ่งการค้นหาออกเป็น 3 ส่วน คือทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ทางเรือใช้เรือของเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ, ทัพเรือภาคที่ 3 และเทศบาลตำบลราไวย์ ส่วนทางอากาศได้พาเพื่อนผู้สูญหายขึ้นบินค้นหาด้วยเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจท่องเที่ยว 2 ชม. แต่ก็ยังไม่พบ จากนั้นเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือภาค 3 ได้ทำการบินค้นหาต่อ โดยจากการคาดการณ์ทิศทางลมพัดออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดออกจากฝั่งและจุดสุดท้ายที่รับรายงานพิกัดจาก 2 ผู้สูญหายคือ ลอยอยู่ระหว่างเกาะมัน กับแหลมพรหมเทพ จึงต้องเพิ่มการค้นหาออกไปทางทะเล