เช้าข่าว 7 สี

Green Report : พบซากดึกดำบรรพ์ต้องรีบแจ้งครอบครอง ตอนที่ 1

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เข้าตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ ที่บ้านพระเพลิง หมู่ 1 ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ของนายพยุพิณ หมื่นยุทธ์ ซึ่งชัดเจนว่า ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในสวนปาล์ม เป็น "พลับพลึงทะเล หรือ ไครนอยด์ (Crinoid) " เป็นส่วนลำต้น และรากในหินปูนยุคเพอร์เมียน อายุประมาณ 285 - 250 ล้านปี เจ้าหน้าที่ ระบุว่า พลับพลึงทะเลเป็นซากดึกดำบรรพ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พบได้ทั่วไปในพื้นที่หินปูน ซึ่งในพื้นที่นี้ที่พบไม่หนาแน่น และไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะประกาศเขตตามกฎหมาย จึงเสนอว่า ให้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนต่อไป

สำหรับจังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ บอกว่าเป็นพื้นที่หินปูน มีการกระจายของซากดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ได้ ซึ่งที่ผ่านมา เคยพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ที่อ่างเก็บน้ำพระปรง อำเภอวัฒนานคร ด้วย รวมถึงพบไครนอยด์ ฟิวซูลินิด ในอีกหลายพื้นที่

ขณะที่ทั่วประเทศ กรมทรัพยากรธรณี ได้จัดทำแผนที่ "ไทยแลนด์แดนฟอสซิล" ที่รวบรวมแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญไว้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งค้นพบไดโนเสาร์ ในภาคอีสาน ฟอสซิลทะเลพบในหินตะกอนทะเลเกือบทั่วประเทศ แพนด้ายักษ์ ที่ชัยภูมิ และแม่ฮ่องสอน ฮิปโปดึกดำบรรพ์ ที่กระบี่และนครสวรรค์ รวมถึงเต่า ช้าง แรด จระเข้ ดึกดำบรรพ์ อีกหลายชนิด ส่วนข้อสงสัยที่ที่บ้านใครพบหรือมีซากดึกดำบรรพ์นั้น จำเป็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ทราบภายใน 7 วัน เพื่อให้กรมทรัพยากรธรณีเข้ามาตรวจสอบ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็จะคืนสิทธิให้เจ้าของ เพื่อขอใบอนุญาตครอบครองไว้ แต่หากไม่แจ้งตามขั้นตอนจะมีโทษปรับ ไม่เกิน 50,000 บาท ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ 2551

เจ้าหน้าที่ ย้ำว่า คุณค่าของซากดึกดำบรรพ์ จะมีความสำคัญหากอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิม ไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือส่งมอบเป็นทอดๆ

ซากดึกดำบรรพ์ที่พบจะเป็นซากเป็นตัว หรือร่องรอยได้ สังเกตง่ายๆ สีไม่ฉูดฉาด มีน้ำหนัก รูปร่างต่างจากสายพันธุ์ทั่วไป หากพบขอให้แจ้งตามกฎหมาย