News

ป่าไม้ยันทำคดี"เอ๋ ปารีณา"ตามความเป็นจริง

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. เพื่อหาแนวทางว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีกับที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ของนางสาวปารีณา โดยที่ประชุมมีมติให้ทาง ส.ป.ก. เร่งทำหนังสือตีกลับไปให้นางสาวปารีณา ส่งคืนที่ดินโดยไม่ต้องไม่มีการระบุเงื่อนไขใด ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นกรมป่าไม้จึงจะมาหารืออำนาจการจัดการตามกฎหมายอีกครั้ง โดยยังไม่มีข้อสรุปในวันนี้ เนื่องจากยังต้องรอดูรายละเอียดในหนังสือที่นางสาวปารีณาส่งกลับมาว่ามีข้อมูลและเนื้อหารายละเอียดอย่างไร ส่วนเรื่องรายละเอียดข้อกฎหมายและระเบียบยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ยืนยันว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการตามมาตรฐานด้วยความรอบคอบ แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนจากทาง ส.ป.ก. ด้วยเช่นกัน

สำหรับการเทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาจังหวัดนครพนมที่พิพากษาให้ชาวบ้านจำคุก 6 เดือน จากการเข้าไปครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งคำพิพากษาได้ระบุว่าแม้ที่ดินเป็นเขตปฏิรูปแต่เป็นเพียงแค่การกำหนดขอบเขตที่ดินไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ต้องมีอำนาจในการดำเนินคดีนั้น นายธวัชชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณี ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับกรณีนางสาวปารีณาได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าท่ามกลางกระแสการตั้งข้อสงสัยว่ามีการดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทั้งหมดดำเนินไปด้วยมาตรฐานเดียวกันขอให้มั่นใจการทำงานของกรมป่าไม้ ที่ก่อนหน้านี้ถ้าที่ดินอยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้ก็แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. แต่ที่ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายวีระ สมความคิด ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึงไว้ก่อนแล้ว ตำรวจ ปทส. จึงมีความจำเป็นต้องทำความเห็นไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาอำนาจว่าใครจะเป็นคนทำคดีดังกล่าว
ด้านนายจุมพฎ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกรมป่าไม้ กล่าวในแง่ของข้อกฎหมายว่า ลักษณะของที่ฟาร์มไก่ของนางสาวปารีณา ทั้ง 682 ไร่ ในเขต ส.ป.ก. คล้ายกับคดีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2558 ที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของใครผู้นั้นต้องเป็นคนแจ้งความร้องทุกข์ ไม่สามารถดำเนินการก้าวล่วงอำนาจของแต่ละหน่วยงานได้ พร้อมเปรียบเทียบกับที่ดินท้องสนามหลวงหากมีการเข้าไปบุกรุกตักดิน หรือดำเนินการใดใด ต้องเป็นอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของกรุงเทพมหานครแม้ว่าก่อนหน้านี้สภาพท้องสนามหลวงจะเป็นป่าก็ตาม

ส่วนกรณีนางสาวปารีณา กับกรณีชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง นายจุมพฎ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และมีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่ดินอุทยานฯ ซึ่งตามกฎหมายแล้วที่ดินอุทยานไม่สามารถเข้าไปบุกรุกได้เลย แต่ที่ดินของนางสาวปารีณา เป็นที่ ส.ป.ก. จึงทำให้การดำเนินการทางกฎหมายแตกต่างกัน