ประเด็นเด็ด 7 สี

เผยคำพูดเสี่ยโรงปุ๋ยขู่ฆ่า เซลสาว โดยไม่ต้องติดคุก-คนสนิทยืนยันไม่รู้เห็น [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจยังคงเร่งคลี่คลายคดีพบโครงกระดูกหญิงสาว อายุ 36 ปี สภาพถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนอยู่ในรถเก๋ง ซึ่งจมอยู่ในน้ำนานกว่า 3 ปี โดยครอบครัวผู้เสียชีวิต ตั้งข้อสงสัยไปที่เสี่ยเจ้าของบริษัทปุ๋ย ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับหญิงสาว และก่อนหน้านี้เขาเคยขู่ฆ่าเธอ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องหึงหวง ล่าสุดคนสนิทเสี่ยรายนี้ยืนยันกับทีมข่าวว่าไม่รู้เห็นคดีฆาตกรรม ขณะที่เจ้าตัวยังไม่มีความเคลื่อนไหว ติดตามจาก คุณธัญญารัตน์ ถาม่อย

9 ธันวาคมที่ผ่านมา มีชาวบ้านไปพบรถเก๋งจมอยู่ในคลอง ริมถนนสายชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดสระบุรี เมื่อตรวจสอบในรถพบโครงกระดูก ซึ่งต่อมาแม่ของหญิงสาวเจ้าของรถยืนยันว่าน่าจะเป็นศพ นางสาวกลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ หรือ ต่อ อายุ 36 ปี ลูกสาวที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2559

จากหลักฐานและสภาพแวดล้อม ตำรวจให้น้ำหนักไปที่คดีฆาตกรรม เนื่องจากสภาพรถคันนี้จมอยู่ในน้ำในห้องโดยสารเต็มไปด้วยดินโคลน หลังคายุบ กระจกหน้าด้านซ้ายแตก กระจกบานหลังฝั่งขวาถูกลดลงมา บริเวณเบาะหลังพบโครงกระดูกมนุษย์ และเสื้อผ้าลักษณะเป็นชุดนอนสายเดี่ยว ถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนลายดอก ในผ้าปูที่นอนยังมีเทปกาวอย่างเหนียวและปูนขาวจำนวนมาก ลักษณะคล้ายต้องการถ่วงน้ำหนัก และยังมีการเอนเบาะหน้ารถมาติดกับเบาะหลัง คล้ายเป็นการเอนเพื่อกดทับศพเอาไว้ 

ครอบครัวปักใจเชื่อว่า นางสาวกลิ่นเกสร ถูกฆาตกรรมอำพราง น้องชายของเธอเล่า ก่อนหายตัวไปพี่สาวคบหาอยู่กับชายอายุ 62 ปี ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของบริษัทปุ๋ยแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ทั้งคู่คบหากันนานกว่า 2 ปี โดยเธอทำงานเป็นเซลอยู่ในบริษัทของฝ่ายชาย นอกจากนั้นทั้งคู่ก็ลงทุนเปิดร้านสเต็ก และร้านเช่าชุดไทยด้วยกัน แต่ช่วงหลังเกิดมีปัญหาระหองระแหง เรื่องความหึงหวง ฝ่ายชายเคยส่งคนติดตามและอาละวาด จนปลายปี 2559 ก่อนพี่สาวจะหายตัวไป เธอได้บอกว่าถูกเสี่ยคนนี้ขู่ฆ่า

กระทั่งวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 เธอโทรศัพท์มาบอกแม่ว่าจะขับรถออกไปหาเสี่ยและจะนอนที่บริษัท แต่หลังจากนั้นเธอก็หายตัวไปพร้อมกับรถเก๋ง ทั้งที่เพิ่งนัดหมายกับแม่ว่าจะไปเยี่ยมตายายที่จังหวัดชัยนาท ส่วนฝ่ายชายก็บอกเพียงว่าเธอออกไปรับงานแต่งหน้าเจ้าสาว ไม่รู้ว่าหายไปไหน

ครอบครัวของหญิงสาว ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการปักปรำเสี่ยเจ้าของบริษัทปุ๋ย แต่ก็มีเพียงเขาที่อยู่กับหญิงสาวเป็นคนสุดท้ายและมีปัญหากัน ซึ่งหลังเกิดเหตุเสี่ยก็ไม่ได้ออกตามหาอย่างจริงจังทั้งที่เป็นคนรักกัน จนวันที่มีคนไปพบรถจมอยู่ในน้ำ เสี่ยได้โทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์ของแม่ขณะอยู่ที่โรงพัก และถามว่าพบรถแล้วใช่หรือไม่

เราพยายามติดต่อเสี่ยอายุ 62 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่มีเพียงพนักงานในบริษัทปุ๋ย ให้ข้อมูลยืนยันว่าเขายังคงดูแลบริษัทอยู่ตามปกติ แต่หลังตกเป็นข่าวก็ไม่ได้เข้ามาที่บริษัทอีก ส่วนคนสนิทของเสี่ยซึ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าเป็นคนที่คอยติดตามและอาจรู้ข้อมูลบางอย่าง ก็ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นกับการเสียชีวิตและการหายตัวไปของหญิงสาว

ล่าสุด ตำรวจยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบโครงกระดูกในรถ ซึ่งได้ส่งตรวจที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับ แม่ของนางสาวกลิ่นเกสร โดยหลังเกิดเหตุได้มีการเรียกตัวเสี่ยเจ้าของโรงปุ๋ยรายนี้เข้ามาสอบปากคำ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต และเร่งระดมกำลังทั้งชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายคดี