7HD ร้อนออนไลน์

ล่าโจ๋เจ้าของยาบ้า 8 แสนเม็ด

เช้าวันนี้(12 ธ.ค.62) ตำรวจ สน.แสมดำ รับแจ้งว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมของตำรวจ สน.ท่าข้าม ก่อนทิ้งรถและยาบ้าจำนวนมากไว้ตามจุดต่างๆ บนถนนสะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุมีอยู่ 2 จุด จุดแรกบริเวณริมถนนปากซอยสะแกงาม 12 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน พบตำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้าม กำลังรักษาของกลางเป็นกระสอบปุ๋ยตรานกพิราบภายในบรรจุยาบ้า 40,000 เม็ด เพื่อรอส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ส่วนจุดที่ 2 อยู่บริเวณลานจอดรถหน้าร้านกาแฟบริเวณท้ายซอยสะแกงาม 52 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน พบรถยนต์หรูสีดำ ทะเบียน ฮธ 3800 กรุงเทพมหานคร จอดดับเครื่องอยู่

จากการตรวจค้นที่คอนโซลข้างคนขับพบกุญแจรถวางไว้คู่กับโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ส่วนที่ห้องโดยสารด้านหลังพบถุงบรรจุเสื้อผ้าขนาดใหญ่ลายสก็อตสีฟ้าภายในมียาบ้า 160,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบน้ำต้มใบกระท่อมบรรจุในขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด วางอยู่ใกล้กันด้วย แต่พอรื้อแผงไม้ด้านข้างรถที่ทำเป็นช่องลับ พบยาบ้าอีกจำนวนมาก พอนับดูมีมากถึง 8 แสนเม็ด อีกจุดคือที่ทิ้งกระสอบปุ๋ย พอกัออกดูก็พบเป็นยาบ้าอีก 4 หมื่นเม็ด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 05.00 ของวันนี้(12 ธ.ค.62) ขณะตำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้าม ออกตรวจตราจุดล่อแหลมบริเวณร้านค้าในเขตความรับผิดชอบซึ่งอยู่ตามแนวฟุตพาทริมถนนสะแกงามปากซอย 12 และพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บนถนนซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ สน.แสมดำ ในลักษณะมีพิรุธ โดยมองเห็นคนในรถเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ช่วยกันนำกระสอบปุ๋ยของกลางลงมาวางไว้ริมถนน ทันทีที่ชายวัยรุ่นเห็นตำรวจก็รีบวิ่งขึ้นรถ ก่อนที่คนขับซึ่งจอดติดเครื่องรออยู่จะเร่งเครื่องพากันหลบหนีการจับกุมเข้าไปจอดรถท้ายซอยสะแกงาม 52 แล้ทั้งหมดก็ทิ้งรถและของกลางที่เหลือพากันวิ่งหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุคาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่หลบหนีไปได้น่าจะนำยาบ้าของกลางมาวางไว้ตามจุดนัดหมาย รอให้ลูกค้ามานำไปแบ่งขายต่อ แต่จังหวะดังกล่าวพบกับตำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้าม ซึ่งกำลังออกตรวจตราพื้นที่พอดี จึงต้องรีบหนีและอาศัยความมืดทิ้งรถวิ่งหลบหนีไป อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม และ สน.แสมดำ ตามแกะรอยล่าตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่หลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ส่วนรถของกลางที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดจะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเร่งดำเนินการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง

มีรายงานว่าจากการตรวจสอบรถตู้ทราบชื่อผู้ครอบครองแล้วเป็นคน จ.สมุทรสงคราม แต่ไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรหรือเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาก่อน เบื้องต้นให้การว่าได้ขายให้กับบุคคลอื่นพร้อมกับโอนลอยให้ไปแล้ว ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบต่อไปว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการขนยาบ้าหรือไม่ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงก็จะนำตัวมาดำเนินคดี

สำหรับเบาะแสของขบวนการขนยาบ้าล็อตนี้น่าจะเป็นรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม และคาดว่าน่าจะไปรับยาเสพติดมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีการล่องเรือมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนจะแวะส่งตามจุดต่างๆให้กับเอเย่นต์มารับยาต่อโดยใช้รถนำไปส่งให้กับรายย่อยนำไปกระจายต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง