ห้องข่าวภาคเที่ยง

เริ่มอาการไม่ดี!! ภาคเหนือประสบปัญหาหมอกควัน ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่ม

ข้อมูลจาก แอปพลิเคชัน Air 4 Thai วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พื้นที่อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน อยู่ที่ 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ตรวจสอบพบว่า ลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ประกอบกับมีการก่อสร้างทางหลวงลำพูน - เชียงใหม่ และเกิดความกดอากาศสูง ทำให้สภาพอากาศไม่ถ่ายเท เขตตัวเมืองเชียงใหม่ มีฝุ่นละอองลอยตัวในอากาศหนาแน่นกว่าทุกวัน เนื่องจากลมสงบในช่วงเช้า อีกทั้งการจราจรที่หนาแน่น ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีค่าสูงขึ้นกว่าเดิมกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจและเด็ก ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย

ที่จังหวัดลำปาง วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อยู่ที่ 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน สาเหตุที่เจอคือ การเผาเศษวัชพืชทางการเกษตร และอากาศที่เย็นจัด ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท กลุ่มควันจึงไม่กระจายตัว

ขณะที่จังหวัดตาก โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองตาก พบพระ แม่ระมาด พบชาวบ้านชิงเผาเศษวัชพืชทางการเกษตรก่อนถึงกำหนดใช้มาตรการห้ามเผา และเปลวไฟลุกลามเข้าไปติดป่า เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันดับไฟ ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมในพื้นที่

พื้นที่อำเภอแม่สอด นอกจากชาวบ้านจะเริ่มเผาเศษวัชพืชแล้ว ยังมีฝุ่นละอองจากท่อไอเสียของรถบรรทุกขนสินค้าข้ามแดนที่เข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและหาทางแก้ไขแล้ว

ภาคอีสาน ที่ตำบลตะแบกบาน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา พบการเผาไร่อ้อยริมถนนทางหลวง 224 สายครบุรี - เสิงสาง ส่งผลให้มีกลุ่มควันลอยปกคลุมบนถนน กระทบทัศนวิสัยการมองเห็น

ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา วัดได้ 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศ อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกร งดการเผาเศษวัชพืช เพราะทำให้เกิดมลพิษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

และที่จังหวัดขอนแก่น วันนี้ ค่า PM 2.5 สูงขึ้น วัดได้ 59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีส้ม สาเหตุมาจากการเร่งเผาไร่อ้อยของเกษตรกร เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กำชับทุกหน่วยงานให้ปฏิบัติตามกฎหมายกับผู้ที่จงใจเผาไร่อ้อย