ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

เวลา 08.25 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุม 1 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ ทรงเปิดการประชุมวิชาการ CMS Week Bangkok 2019 ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นจนถึงวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม The Compact Muon Solenoid Collaboration หรือ CMS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองของเครื่องเร่งอนุภาคฮาดรอนขนาดใหญ่ขององค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป หรือ เซิร์น เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมสำหรับการทดลองครั้งต่อไปเมื่อเครื่องเร่งอนุภาคฮาดรอนขนาดใหญ่ เปิดดำเนินการอีกครั้งในปี 2564-2567 โดยมีนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักวิจัย และนักศึกษา จาก 53 ประเทศสมาชิกของการทดลองฯ เข้าร่วม ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้นำเสนอผลงานวิจัย

ในการนี้ มีพระราชดำรัสเปิดการประชุม และทอดพระเนตรนิทรรศการวิชาการซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับความร่วมมือด้านฟิสิกส์อนุภาคของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ CMS โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยและของภูมิภาคอาเซียนที่มี ความร่วมมือด้านงานวิชาการและงานวิจัยกับเซิร์น อย่างไม่เป็นทางการผ่านการทดลอง CMS ตั้งแต่ปี 2545 ก่อนเข้าเป็นสมาชิกประจำอย่างเป็นทางการ หลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เมื่อปี 2555 ส่งผลให้นักวิจัยไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองสำคัญระดับโลกในการค้นพบอนุภาคฮิกส์ การค้นหาสสารมืด และฟิสิกส์ ที่นอกเหนือจากแบบจำลองมาตรฐาน และในปี 2561 มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับเซิร์น นับเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านฟิสิกส์พลังงานสูงไปสู่ความร่วมมือในระดับประเทศ

เวลา 13.37 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม สร้างขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 เพื่อทดแทนอาคารหลังเดิมที่มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอให้บริการผู้โดยสาร และเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งทางอากาศ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตาก โดยมีพื้นที่ใช้สอย 12,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 600 คนต่อชั่วโมง หรือ 1.7 ล้านคนต่อปี ประกอบด้วยด้วย ห้องพักผู้โดยสารขาเข้าและขาออก, ห้องพักผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ, ที่ทำการสำนักงานท่าอากาศยาน, สำนักงานสถานีสายการบิน, ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร, ร้านอาหาร, ร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก และร้านค้าปลอดภาษีอากร

ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด เดิมเป็นท่าอากาศยานขนาดเล็ก สร้างตั้งแต่หลังสงคราม โลกครั้งที่ 1 ในปี 2473 ได้ดำเนินการเป็นสนามบินพาณิชย์ สังกัดกองการบินพลเรือน กระทรวงพาณิชย์ ต่อมาสำนักงานการบินพลเรือน เห็นความสำคัญในการขนส่งทางอากาศยาน จึงปรับปรุงสนามบิน ก่อสร้างอาคารท่าอากาศยาน และหอบังคับการบินขึ้น เพื่อให้ท่าอากาศยานได้มาตรฐาน ปัจจุบันได้ปรับปรุงขยายทางวิ่งให้มีความยาวมากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินโบอิ้ง 737 และแอร์บัส A320 พร้อมกับขยายพื้นที่จอดให้สามารถจอดเครื่องบินดังกล่าวได้ โดยท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ซึ่งปัจจุบัน มีท่าอากาศยานอยู่ในความดูแล รวม 29 ท่าอากาศยานทั่วประเทศ

เวลา 14.40 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ศาสตราจารย์ สำเภา - ไพรวรรณ วรางกูร บ้านห้วยระพริ้ง ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล และทุรกันดาร การเดินทางเข้า-ออก หมู่บ้านยากลำบาก ต้องข้ามลำห้วยหลายสาย ถนนเป็นทางลูกรัง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าไปสำรวจแล้วพบว่ามีราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญออาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ยังไม่มีสถานศึกษา จึงจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี 2557 เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เด็กในหมู่บ้านห้วยระพริ้ง หมู่บ้านสามหลัง หมู่บ้านถ้ำผาโด้ และหมู่บ้านห้วยผักกูด ได้มีสถานศึกษา ช่วยแก้ปัญหาเด็กนักเรียนต้องเดินเท้าไปเรียนไกลบ้าน ไปเป็นเด็กประจำที่โรงเรียนซึ่งอยู่ห่างไกล  

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โรงเรียนฯและชุมชนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ ฟัง พูด ภาษาไทยได้มากขึ้น, มีอาชีพที่มั่นคง ทำเกษตร ปลูกผัก ปลูกข้าวโพดสร้างรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 30,000-50,000 บาทต่อปี กรมชลประทานเข้าไปช่วยสร้างฝาย พัฒนาแหล่งน้ำและทำถังเก็บน้ำให้มีใช้เพียงพอตลอดทั้งปี, มีปราชญ์ชาวบ้านช่วยสอนทอผ้าพื้นเมืองไว้ใช้เอง เป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในชนเผ่า ด้านการศึกษาพบว่านักเรียนทุกคนสามารถสอบเลื่อนชั้นเรียนได้ตามเกณฑ์ ส่วนนักเรียนในพระราชานุเคราะห์มีผลการเรียนดี ในการนี้ มีพระราชปฏิสันถารกับนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ให้ตั้งใจเรียน ให้ครูผู้ปกครองช่วยดูแลเด็ก พร้อมกันนี้ ทรงอวยพรและแนะนำให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ซึ่งจะไปสอบสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้ ให้ใจเย็น ค่อย ๆ ตอบคำถาม สร้างขวัญกำลังใจและเป็นแนวทางนำไปปฏิบัติใช้ได้ในชีวิต

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์ และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน พร้อมทั้งทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ สร้างความปลื้มปิติแก่ผู้ปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจของผู้ได้เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด