7HD ร้อนออนไลน์

ทวี ไกรคุปต์ ยันไม่ได้ชนแล้วหนี แต่เป็นเหยื่อนรกโซเชียล

นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคประชารัฐ แถลงข่าวยืนยัน ตนเองไม่ได้ขับรถชน จยย.แล้วหนี แค่ขับไปวนรถกลับมา เพื่อดูแลเด็กวัยรุ่นที่บาดเจ็บ แต่ตกเป็นเหยื่อคลิปปลอม เป็นผู้ร้ายเพราะนรกโซเชียล

นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม บิดาของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ แถลงข่าวเปิดใจกรณี ขับรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์ ที่มีนายปกิต วัยอายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บ ช่วงบ่ายวานนี้ โดยพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์มองว่า พยายามขับรถหลบหนี ทำให้โลกโซซียล รุมประณามนายทวีอย่างรุนแรง

ล่าสุดนายทวี เปิดแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกมาจากบ้านเพื่อจะไปซื้อของในตลาดเทศบาลเมืองโพธาราม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยก ได้ชะลอรถมองซ้ายขวาแล้ว  ไม่มีรถจึงตัดสินใจขับรถข้ามไป แต่จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์วิ่งมา ทำให้ช่วงหน้ารถเบนซ์ไปเฉี่ยวที่บริเวณท้ายรถจักรยานยนต์ ทำให้รถเสียหลักและคนเจ็บกระเด็นไปพร้อมรถประมาณ 15 เมตร

แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทางแยก ทำให้ไม่กล้าที่จะจอดรถลงไปดูคนเจ็บเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และมองไปเห็นว่าคนเจ็บไม่เป็นอะไรมาก จึงได้ตัดสินใจขับรถไปข้างหน้าเพื่อจะกลับรถมาดูคนเจ็บ และเมื่อกลับมาก็สอบถามคนเจ็บแล้วว่าเป็นอะไรมากไหม และพยายามจะพาไปโรงพยาบาล แต่เด็กก็อ้างว่าต้องรอแม่  และเห็นว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำแผลให้เด็ก โดยพบว่าผ้าพันแผลและอุปกรณ์นั้นไม่สะอาด จึงพยายามจะพาเด็กไปโรงพยาบาลเพราะกลัวติดเชื้อจากอุปกรณ์ปฐมพยาบาล แต่เด็กก็ยังไม่ไป

ตนจึงขึ้นมานั่งรอในรถ และเห็นว่ามีรถคันหนึ่งออกรถไป จึงได้ขับรถตามเพราะคิดว่าคนเจ็บอยู่ในรถ แต่รถคันดังกล่าวนั้นกลับไม่ยอมไป ตนจึงบีบแตรไล่เพื่อจะให้ไปโรงพยาบาล จนมาทราบว่าคนเจ็บนั้นไม่ได้อยู่ในรถคันดังกล่าว และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจึงได้สอบถามหาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อจะนำไปซ่อม โดยยืนยันว่าไม่ได้คิดจะหลบหนี และตอนนี้ก็ได้ดูแล ทั้งเรื่องของการซ่อมรถ และค่าทำขวัญให้กับเด็กไปแล้ว และตนเองก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปรับไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 500 บาท ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

แต่กลับถูกสังคมโจมตีทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงอยากขอความเป็นธรรม วอนสังคมหยุดให้ร้ายเพราะเป็นทวี จึงถูกสังคมโซเซียลนรก โซเซียลบัดซบโจมตี ทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้สังคมไทยวิบัติ และหลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานเพื่อเดินทางไปที่กองปราบ เพื่อจะไปแจ้งความกับผู้ที่ปล่อยคลิป แต่สื่อที่นำเสนอข่าวนั้นไม่ได้คิดจะฟ้องร้องอะไร เพราะเชื่อว่าทำตามหน้าที่ และยอมรับว่ายังไม่ได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางทีมงานของตนนั้นดูแล้ว และยืนยันว่าคลิปนั้นมีการตัดต่อ จึงต้องเอาผิดกับคนที่ปล่อยคลิป