ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : บทสรุป สมคิด ฆาตกรต่อเนื่อง

จากคดีฆาตกรรม นางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี ในบ้านพักของตนเองที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้สังคมรับทราบว่านายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี อดีตผู้ต้องขังฆาตกรรมต่อเนื่อง 5 ศพ ในหลายจังหวัดเมื่อปี 2548 ได้พ้นโทษออกมาจากเรือนจำแล้ว และกลับมาก่อเหตุกับเหยื่อรายที่ 6

หากแต่ข่าวคราวล่าสุดของนายสมคิด ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต และลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า นายสมคิดออกมาจากคุกได้อย่างไร ฆาตกร 5 ศพ ถูกจำคุกเพียง 14 ปี เท่านั้นหรือ และหากเขาไม่ได้ออกจากคุกมา ก็คงไม่มีใครต้องตกเป็นเหยื่อรายที่ 6

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ออกมายอมรับว่า เป็นความบกพร่องในการคัดกรองผู้ต้องขังที่จะได้รับการลดโทษ เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ใช้หลักเกณฑ์พิจารณาเหมือนกับนักโทษทุกคน ทำให้นายสมคิดซึ่งเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้รับการลดโทษเรื่อยมา จนพ้นโทษเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หลังนายสมคิดถูกจับกุมได้คาขบวนรถไฟ ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และยังคงยิ้มแย้มเป็นปกติ อีกทั้งยังเคยหลุดปากบอกตำรวจว่า “รู้สึกมีความสุขที่ได้บีบคอหญิงสาว และเห็นหญิงสาวกำลังจะสิ้นใจ” ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า นายสมคิดผิดปกติทางจิตหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่มีแพทย์คนใดสรุปได้แน่ชัด แต่อาจเข้าข่ายโรคไซโคพาธ หรือบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม จะกระทำความผิดได้ โดยไม่รู้สึกผิด ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาครอบครัวในวัยเด็ก ที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ หรือถูกทารุณ ทำให้เริ่มก่ออาชญากรรมจากเล็กๆ ไปจนถึงฆ่าคนได้

รอยยิ้มและความไม่สะทกสะท้านนี้ ก็ยังทำให้รองโฆษกอัยการสูงสุด เห็นว่านายสมคิดมีความอำมหิต และเป็นภัยต่อสังคม ดังนั้นในคดีฆาตกรรมเหยื่อรายล่าสุดของนายสมคิด จึงถือเป็นงานสำคัญที่ทางอัยการ และพนักงานสอบสวน จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและชี้ให้ศาลเห็นว่านายสมคิดรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่ใช่เพราะความสำนึกผิด เพื่อให้นายสมคิดได้รับโทษสูงสุด คือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตได้ โดยที่ศาลจะไม่ลดโทษให้

แนวทางแก้ไขปัญหาการคัดกรองผู้ต้องขังที่จะได้พิจารณาลดโทษ เพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงเกี่ยวกับเพศ และฆาตกรรมต่อเนื่อง ได้รับการลดโทษและออกมาก่อเหตุซ้ำ เช่นเดียวกับในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือร่วมกันในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ โดยอาจกำหนดมาตรการพิเศษสำหรับนักโทษกลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงให้ได้รับโอกาสรับการลดหย่อนโทษน้อยลง หรือไม่ได้รับเลย