ห้องข่าวภาคเที่ยง

ทำได้ ใช้เป็น : ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรใช้หักภาษีได้ ตอนที่ 2

มาถึงรายการลดหย่อนภาษี ส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำที่มีเปลี่ยนแปลงจากปีก่อน โดยปีนี้มีรายการที่นำมาลดหย่อนภาษีใหม่ๆ หลายรายการ โดยเฉพาะผู้ประสบภัยน้ำท่วมและคนที่ใช้จ่ายตามมาตรการช้อปช่วยชาติในช่วงต้นปี ซึ่งแต่ละรายการมีวงเงินที่นำมาลดหย่อนต่างกันไป

เริ่มกันที่ค่าลดหย่อนที่ค้างมาจากปีก่อนๆ โดยใครที่ซื้อบ้านหลังแรกภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ยังได้สิทธิ์นำเงินค่าซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท มาลดหย่อนได้ไม่เกิน 120,000 บาท โดยจะใช้สิทธิ์ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปีภาษี 2558 และห้ามโอนหรือขายต่อบ้านภายใน 5 ปีด้วย

ค่าลดหย่อนเกี่ยวกับการซื้อบ้านยังไม่หมด ปีนี้รัฐบาลยังให้ผู้ที่ซื้อบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียมหลังแรก ราคาไม่เกิน 5,000,000 บาท โดยต้องซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงวันที่ 30 เมษายน - 31 ธันวาคม 2562 มาหักลดหย่อนได้ในปีนี้ปีเดียว 200,000 บาท เต็มจำนวน
และใครที่ผ่อนบ้านอยู่ยังนำดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวน 100,000 บาท มาหักภาษีได้เช่นเดิม

ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ผู้มีรายได้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน - 30 มิถุนายนปีนี้ เฉพาะค่าทัวร์ ค่าที่พักโรงแรมและโฮมสเตย์ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการท่องเที่ยว

มาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยท่องเที่ยวเมืองหลัก หักภาษีได้ 15,000 บาท ท่องเที่ยวเมืองรอง หักได้ 20,000 บาท แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้หักรวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาท

โดยนำค่าซ่อมแซมบ้านและรถที่เสียหายมาหักลดหย่อนภาษีได้ บ้านลดหย่อนได้ 100,000 บาท รถ 30,000 บาท โดยการจ่ายค่าซ่อมทั้งบ้านและรถต้องจ่ายภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562 นี้ และต้องเก็บหลักฐานการจ่ายค่าซ่อมแซมมายื่นกับกรมสรรพากร

และยังมีมาตรการช้อปช่วยชาติช่วงต้นปี โดยรัฐบาลให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า OTOP ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน - 30 มิถุนายน 2562 และซื้อสินค้าเพื่อการศึกษาและกีฬา ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2562 และค่าหนังสือและอีบุ๊กที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 มาหักลดหย่อนภาษีรวมกันได้กลุ่มละ 15,000 บาท

การขอหักลดหย่อนภาษีตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ต้องอย่าลืมนำหลักฐานใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีที่มีชื่อของผู้มีรายได้ มาแสดงอย่างชัดเจนด้วย และนอกจากหักค่าลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแล้วยังมีอีกรายการที่ลดหย่อนได้ คือ เงินบริจาคตอบแทนสังคม ซึ่งกลุ่มนี้นำมาหักค่าลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า

สำหรับรายการลดหย่อนภาษีในกลุ่มบริจาคตอบแทนสังคม จะมีวิธีคำนวณการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีต่างจากรายการอื่นๆ โดยจะได้สิทธิ์หักได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ หรือพูดง่ายๆ คือ เก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้หักภาษีหลังจากที่เราขอลดหย่อนรายการอื่นๆ ไปแล้ว

โดยในปี 2562 นี้ ค่าลดหย่อนที่เกี่ยวกับการบริจาคจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ส่วนที่ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า กับ 1 เท่า โดยกลุ่มลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่จ่ายจริง ได้แก่ เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง สถานพยาบาลรัฐ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และช่วยเหลือสังคม และที่ต่างไปจากปีก่อนอีกเรื่อง คือ กรณีการบริจาคให้แก่สถานศึกษา จะต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบ e – Donation เท่านั้น ถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้

ส่วนอีกกลุ่มลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ ได้แก่ เงินบริจาคทั่วไป เช่น บริจาคให้กับวัดวาอาราม สภากาชาดไทย รวมถึงมูลนิธิที่เป็นองค์กรสาธารณกุศล และปีนี้มีการเพิ่มค่าลดหย่อนเงินบริจาคน้ำท่วมมาด้วย เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงเงินบริจาคน้ำท่วมจากพายุปาบึก ที่พัดถล่มจังหวัดชุมพร สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนและเงินบริจาคแล้ว

อีกค่าใช้จ่ายที่นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ คือ เงินบริจาคพรรคการเมือง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้รายการลดหย่อนภาษีประจำปี 2562 ที่รายงานมาทั้งหมดเป็นรายการที่รัฐบาลประกาศใช้ล่าสุดในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ เท่านั้น