7HD ร้อนออนไลน์

อธิบดีกรมป่าไม้ยันยึดที่ ปารีณา คืนรัฐได้แน่ แต่รอกฤษฏีกาตีความรุกป่าหรือไม่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าชี้แจง กมธ.ป.ป.ช. กรณีที่ดิน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่เข้าร่วมรับฟังด้วย มั่นใจยึดที่ดิน 682 ไร่คืนรัฐได้แน่ แต่ยังต้องรอกฤษฏีกาตีความที่ดินเป็นที่ ส.ป.ก.หรือที่ป่า

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ในกรณีข้อสงสัยจะดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กรณีบุกรุกที่ดินตามกฎหมายใด ว่า มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในส่วนข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นที่ของรัฐ และในส่วนของกฎหมาย

กรณีที่กรมป่าไม้ทำเรื่องสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฏีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดี น.ส.ปารีณา บุกรุกที่ดินนั้น ได้ทำเรื่องสอบถามครบทุกประเด็น ทั้งสถานภาพของพื้นที่ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กรมป่าไม้ และสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน

เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่างๆ ถ้าเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมาย หากดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ชัดเจนจะเกิดปัญหา ดังนั้นเพื่อความถูกต้องต้องสอบถามกฤษฏีกา ซึ่งแนวทางการดำเนินการมีอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสบายใจว่าที่ดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ถ้าตัดสินใจแล้วไม่ครบถ้วนจะมีผลต่อการดำเนินการกฎหมายต่อไป

เมื่อสื่อมวลชนถามว่ากรมป่าไม้ดำเนินคดีที่ดิน 682 ไร่ของ น.ส.ปารีณา ได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ขอสงวนความเห็นไว้ก่อน แต่เรามีความเห็นแตกต่างจาก ส.ป.ก. ยืนยันแม้ความเห็นจะต่างกัน แต่ที่ดินได้คืนเป็นของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหา ประเด็นอยู่ที่ว่าสถานภาพที่ดินทางกฎหมายเป็นป่าหรือไม่ และถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ฉบับใด และผู้ที่บังคับใช้กฎหมายคือหน่วยงานใด จะเป็น ส.ป.ก. กรมป่าไม้ หรือทั้ง 2 หน่วยงาน

หากมีการครอบครองที่ดินมาก่อน สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ต้องดูว่าครอบครองตั้งแต่ช่วงเวลาใด เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่า หากครอบครองแล้วภายหลังส่งคืน ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ขอให้รอกฤษฏีกาซึ่งต้องเคารพและให้เกียรติ กฤษฏีกาตีความอย่างไร เราพร้อมดำเนินการทันที

ส่วนกรณีเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ป่าม่อนแจ่ม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตนได้พูดคุยกับประชาชนว่า เราจะต้องควบคุม เพราะไม่เช่นนั้นพื้นที่จะเสียหายมาก ตนเข้าใจว่าทุกคนอยากเปลี่ยนแปลงอาชีพมาสร้างรีสอร์ต แต่การทำแบบนี้เหมือนกันหมด จะทำให้สิ่งแวดล้อมในอนาคตเสียหาย จากเดิมที่กรมป่าไม้เข้าไปจัดระเบียบไว้ว่าไม่ให้ขยาย ดังนั้นต้องควบคุม

ส่วนคนที่ไม่มีคุณสมบัติ เช่น นายทุนที่เข้าไปซื้อ กรมป่าไม้จะดำเนินคดีทั้งหมด วันนี้ดำเนินคดีแล้ว 3 ราย และจะขยายผลเพิ่ม ส่วนที่เหลือถ้าเป็นเจ้าของเดิมจะขอความร่วมมือว่าอะไรที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงอันตรายต่อประชาชนและระบบนิเวศขอให้รื้อออก เพราะเรื่องนี้ต้องควบคุม ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเหมือนภูทับเบิกในปัจจุบัน และหากเราขอความร่วมมือแล้วยังไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพกติกาที่คุยกันไว้ เราต้องเอาจริงโดยการบังคับใช้กฎหมาย