ประเด็นเด็ด 7 สี

รวบแม่ค้าออนไลน์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม พบเหยื่อทั่วประเทศเสียหายกว่า 7 แสนบาท

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจสงขลา นำกำลังเข้ารวบแม่ค้าออนไลน์คนหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายอยู่ทั่วประเทศ เบื้องต้นเข้าแจ้งความแล้วกว่า 20 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท เธอบอกว่า มีวิธีพูดคุยกับเหยื่อ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถทำให้เหยื่อโอนเงินหลักหมื่นซื้อกระเป๋าได้ ติดตามจากรายงานของคุณอรวรรณ รัตนเดชา

นี่เป็นบทสนทนาระหว่างผู้เสียหายกับหญิงอายุ 31 ปี แม่ค้าออนไลน์คนหนึ่ง ที่เปิดเพจเฟสบุ๊กหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง จากบทสนทนาจะเห็นว่า เธอจะขายกระเป๋าแบรนด์ดังใบนี้ให้กับผู้เสียหายในราคา 22,000 บาท มีการส่งรูปถ่ายและคลิปวิดีโอสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ แม้ผู้ซื้อจะพยายามขอดูบัตรประชาชน เพื่อตรวจสอบว่าผู้ขายมีตัวตนจริง และป้องการการตกเป็นเหยื่อ แต่ปรากฏว่า แม่ค้ารายนี้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ โดยเธอตัดต่อรูปบัตรประชาชนปลอมวางคู่กับสินค้า ท้ายที่สุดเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ แต่กลับไม่ได้สินค้าตามข้อตกลง

นี่เป็นเพียงหนึ่งในจำนวนผู้เสียหายกว่า 20 ราย ที่นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกแม่ค้าออนไลน์คนนี้หลอก โดยพบว่าเธอมีหมายจับติดตัวถึง 4 หมาย

หลังรวบรวมข้อมูล ตำรวจประชุมวางแผนเพื่อเข้าจับกุม โดยพบว่าที่ผ่านมาเธอมีวิธีหลบเลี่ยง ด้วยการสวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะของสาวสตรีมุสลิม เพื่อพรางตัว แต่ในที่สุดตำรวจก็วางแผนรวบตัวเธอ

ตำรวจสกัดจับเธอได้ ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนเพชรเกษมซอย 2 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้เบื้องต้นเธอจะปฏิเสธไม่ใช่บุคคลตามหมายศาล แต่หลังควบคุมตัวสอบสวน สุดท้ายต้องจำนนด้วยหลักฐาน ยอมรับสารภาพก่อเหตุจริง

เธอยอมรับว่า สร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาโดยนำรูปบุคคลอื่นมาใช้เป็นรูปโปรไฟล์ ส่วนการหลอกลวงขายกระเป๋า เธอใช้วิธีตั้งราคากระเป๋าแบรนด์เนมให้ต่ำกว่าท้องตลาด ตั้งแต่ 3,000 บาท ไปจนถึงราคากว่า 20,000 บาท พร้อมมีรีวิวสินค้าจากลูกค้ารายอื่น รวมถึงคลิปวิดีโอ ซึ่งเธอหาได้จากเพจของแม่ค้าออนไลน์รายอื่น พร้อมบอกว่า เธอมีวิธีพูดคุยกับเหยื่อ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ก็ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินหลักหมื่นเพื่อซื้อกระเป๋ากับเธอ

จากการตรวจสอบ ตำรวจพบว่า มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อผู้ต้องหารายนี้อยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้กำลังทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชนกับผู้ต้องหารายนี้