ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : รวบโจรชิงทองร้านทองย่านวังหิน

18.00 น.ของวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่พนักงานร้านทองของห้างแห่งหนึ่งย่านวังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กำลังทำงานอยู่หลังเคาท์เตอร์ จู่ๆ ก็มีชายแต่งกายสวมชุดสีดำ สวมหมวกกันน็อก ผิวขาว สูง 170 เซนติเมตร เดินมาบริเวณหน้าร้าน ท่าทางพิรุธ  พนักงานจึงปิดล็อกประตู แต่คนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูร้านทอง 2 นัดจนแตก ก่อนจะเข้ามากวาดเอาสร้อยคอทองคำในร้าน น้ำหนักรวมกว่า 100 บาท มูลค่ากว่า 2 ล้านบาทหลบหนีไป เหตุการณ์นี้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 คน จากการถูกเศษกระจกที่คนร้ายยิงประตู กระเด็นบาดเข้าที่คอ

เมื่อตำรวจ สน.โชคชัย ถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็พบว่าลักษณะท่าทางการถือและใช้ปืนของคนร้าย ดูไม่ใช่โจรกระจอกธรรมดา จึงไล่เส้นทางที่คนร้ายใช้ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ จนไปพบเบาะแสสำคัญ ว่าคนร้ายรายนี้ ก่อนก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากที่พักอาศัย ซึ่งเป็นหอพักแห่งหนึ่ง ในซอยพหลโยธิน 53 เมื่อตรวจสอบชื่อจึงทราบว่าคือ นายนิพัฒน์ ใจชอบสันเทียะ อายุ 31 ปี เป็นอดีตลูกจ้างประจำของหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง ที่ลาออกเมื่อปี 2561 และมีใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย จึงไปขอศาลอนุมัติหมายจับ และติดตามเส้นทางหลบหนีจนไปควบคุมตัวไว้ได้ที่ชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนจะคุมตัวกลับมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กรุงเทพฯ

นายนิพัฒน์รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการมาดูลาดเลาก่อนหลายครั้ง เห็นร้านทองดังกล่าวไม่มีลูกกรงกั้นบริเวณเคาน์เตอร์ น่าจะง่ายต่อการก่อเหตุ โดยวันเกิดเหตุ ก็นำรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ซอยหลังร้าน และเดินไปที่ร้านทอง โดยใช้อาวุธปืนยิงประตูกระจกร้านแตก ก่อนกระโดดข้ามไปที่หลังเคาน์เตอร์ โดยตอนแรกจะเลือกถาดที่ใส่ทองมูลค่า 5-10 บาท แต่ชั้นถูกล็อกไว้ จึงไปคว้าเอาทองเส้นละ 1 บาท ใส่ลงถุงและวิ่งออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ หลบหนีไปที่บ้านญาติในจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อซุกซ่อนทอง โดยคนร้ายนำทองใส่ลงในขวดน้ำ และนำไปถ่วงที่คลองหลังบ้านญาติ ก่อนจะหลบหนีไปที่ชายแดนจังหวัดตาก ที่การข่าวจากการสืบสวนพบว่าคนร้ายติดหนี้พนันกว่า 200,000 บาท แต่ยังไม่ทันจะได้ขายทองเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ก็ถูกจับกุม

อย่างไรก็ตามร้านทองแห่งนี้ เคยถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทองมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา หรือที่หลายคนอาจจะคุ้นวลีเด็ดของโจรรายนี้ ที่หันมาบอกพนักงานว่า "ล้อเล่น" หลังชิงทอง 24 บาทไปแล้ว แต่ประตูล็อกออกไม่ได้ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ตกเป็นเหยื่อ ถูกชิงทรัพย์ซ้ำซ้อนในเวลาไม่กี่เดือน