ข่าวในพระราชสำนัก

สรุปข่าวในพระราชสำนักในปีนี้ ขอประมวลภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตามโบราณราชประเพณีโดยสมบูรณ์

สรุปข่าวในพระราชสำนักในปีนี้ ขอประมวลภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตามโบราณราชประเพณีโดยสมบูรณ์ เพื่อสานต่อพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย

วันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงตอบรับการเสด็จขึ้นทรงราชย์เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ต่อมาวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2562 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศ ชาติและราชอาณาจักร โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีที่แสดงถึงความสมบูรณ์แห่งพระมหากษัตริย์ แบ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลาย ซึ่งพระราชพิธีเบื้องต้น ได้แก่ พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวม 108 แห่ง ก่อนจะนำมาประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกสำหรับใช้เป็นน้ำสรงพระมุรธาภิเษก, พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล จากนั้น เป็นพระราชพิธีเบื้องกลาง ได้แก่ การเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต, พระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร กับเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงนมัสการพระรัตนตรัย และถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ทรงจุดเทียนชัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องกลาง มีพระราชพิธีสำคัญ คือ การสรงน้ำพระมุรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน และทรงรับน้ำอภิเษกจากทั้ง 8 ทิศ บนพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้พระบวรเศวตฉัตร ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังทรงรับน้ำอภิเษกและทรงรับนพปฏลมหาเศวตฉัตรจากพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณแล้ว นับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ตามโบราณราชประเพณี หลังจากทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ และเครื่องขัตติยราชูปโภค ได้มีพระปฐมบรมราชโองการ พระราชทานอารักขาแก่ประชาชนชาวไทย

นอกจากนี้ยังมีพระราชพิธีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การสถาปนาสมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี, การเสด็จออกมหาสมาคม, การเสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก กับถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า, ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี, พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์, การเฉลิมพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับเฉลิมพระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์

การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้พสกนิกรได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชื่นชมพระบารมี เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีภายหลังจากที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ โดยตลอดเส้นทางการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร มีพสกนิกรมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น โดยทุกคนต่างปลื้มปีติที่ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีและพร้อมใจกันเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณที่ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคเคลื่อนผ่าน

การเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลจากพสกนิกรชาวไทย ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างเนืองแน่น

และเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะทูตานุทูต ผู้แทนฝ่ายกงสุล และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

โดยระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเพื่อแสดงออกถึงความจงรักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ในส่วนพระราชพิธีเบื้องปลาย เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรกในรัชกาล โดยประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จากท่าวาสุกรี ไปยังท่าราชวรดิฐ ระหว่างที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนผ่านไปตามท้องน้ำเจ้าพระยา มีพระบรมวงศานุวงศ์ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในเส้นทางตามจุดต่าง ๆ ตลอดจนมีพสกนิกรจำนวนมากพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีและชมความวิจิตรงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ เมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ถึงยังท่าราชวรดิฐ ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนราบกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบในฐานะราชองครักษ์ประจำพระองค์ อันเป็นการเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี ภายหลังเสด็จขึ้นทรงราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในฐานะพ่อของแผ่นดิน ทรงสานต่อพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สมดังพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด