7HD ร้อนออนไลน์

ไพบูลย์ ขวางตั้ง สสร. รื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อ้างแก้รายมาตราดีกว่า

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า จะมีการประชุมกรรมาธิการวิสามัญฯในวันที่ 14 ม.ค. และ 17 ม.ค. เพราะต้องรอพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณพ.ศ.2563 เสร็จสิ้นก่อน

นายไพบูลย์ กล่าวว่า การประชุมในวันที่ 14 ม.ค.และ17 ม.ค.จะเปิดให้กรรมาธิการแสดงความเห็น เพื่อสรุปสาระ แต่ยังไม่พิจารณาเป็นรายมาตราว่าควรจะแก้ไขในมาตราใด ส่วนตัวจะเสนอต่อในสองส่วนคือ

1.ให้สื่อมวลชนร่วมรับฟังการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อนำเสนอและสะท้อนข้อมูลของคณะกรรมาธิการวิสามัญออกไปได้ทั้งสองด้าน เพื่อให้สังคมได้เห็นว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใดและอย่างไร เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแสดงความคิดเห็นเพียงฝ่ายเดียว โดยส่วนตัวมองว่าเมื่อมีเวทีคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แล้ว ควรแสดงความคิดเห็นกันอย่างมีเหตุผล ไม่ควรปลุกกระแสให้เกิดความขัดแย้ง แต่ควรนำเหตุผลและข้อมูลมาอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน

2.ไม่เห็นด้วยให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) จะเป็นการสร้างปัญหา มากกว่าประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ จากการตั้ง สสร. แต่ควรแก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่า ต้องมาจากความคิดเห็นที่ว่ามาตราดังกล่าวมีปัญหาโดยแท้ และสังคมยอมรับว่าควรจะต้องมีการแก้ไข โดยเทียบเคียงกับการแก้ไขประมวลกฎหมาย เช่น ประมวลรัษฎากร หรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ประมวลกฎหมายดังกล่าวมีปัญหา ฝ่ายบริหารจะเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติแก้ไขเป็นรายมาตรา ไม่ได้มีการยกร่างใหม่ทั้งฉบับแต่ประการใด

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากจะแก้ไขโดยอาศัยความเห็นฝ่ายเดียวย่อมจะนำมาซึ่งปัญหาได้ อีกทั้งที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปราศจากความคิดเห็นร่วมกันจะเกิดขึ้นมาได้แม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะประสบความสำเร็จได้จะต้องมาจากความคิดเห็นร่วมกันของทุกฝ่ายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและไม่สร้างความขัดแย้ง