เช้านี้ที่หมอชิต

จับชายเสพยาบ้าคลุ้มคลั่ง บุกห้องนอนสาว ใช้มีดฟันประตู-ขู่เผาบ้าน

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจล้อมจับตัวชายเสพยาบ้าคลุ้มคลั่งได้แล้ว หลังก่อเหตุบุกเข้าบ้านสาวถึงหน้าห้องนอนกลางดึก ใช้มีดฟันประตู และขู่เผาบ้าน เคราะห์ดีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทัน

หญิงสาวอายุ 23 ปี ชาวตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังกลางดึกวานนี้ (2 ม.ค.) เพื่อนบ้านชายอายุ 40 ปี บุกเข้ามาใช้มีดพังประตู และฟันกระจกหน้าต่าง ก่อนจะเข้ามาถึงชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอน

ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุในบ้านมีตัวเอง พี่สาว และพ่อแม่ กำลังพักผ่อนกันอยู่ จู่ ๆ ได้ยินเสียงอาละวาด และเสียงทุบทำลายข้าวของ เธอออกมาดู จึงพบว่าชายอายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกำลังใช้มีดฟันกระจกห้องนอนของพ่อและแม่บริเวณชั้นล่าง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ 

จากนั้นเขาวิ่งขึ้นบันไดหน้าบ้านบุกขึ้นไปที่ชั้นสองถึงหน้าประตูห้องนอนของเธอและพี่สาว แต่พ่อได้มาช่วยดันประตูจากด้านในไว้ กลับทำให้ผู้ก่อเหตุยิ่งมีอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก วิ่งไปใช้มีดฟันรถยนต์ของเธอที่จอดอยู่ และข่มขู่ว่าจะเผาบ้าน แม่จึงรีบโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเหลือ ทำให้ชายอายุ 40 ปี หลบหนีไป

ผู้เสียหายบอกว่า รู้สึกหวาดกลัวมาก เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายอายุ 40 ปี เสพยาบ้าจนคลุ้มคลั่งแล้วพยายามบุกเข้ามาที่บ้าน ทั้งที่ไม่เคยคุย หรือสนิทสนมกัน โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุให้ช่วยตักเตือน แต่กลับเกิดเหตุอีก และครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด

ขณะที่พ่อและแม่ของชายที่ก่อเหตุ ยอมรับว่าลูกชายก่อเหตุจริง เนื่องจากติดยาเสพติดมานาน ทำให้เขามักมีอาการหวาดระแวงและคลุ้มคลั่งเป็นบางครั้ง ก่อนหน้านี้ก็เคยพยายามจะทำร้ายแม่แท้ ๆ ด้วย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามจับหรือนำตัวไปบำบัดเช่นกัน เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

ล่าสุด ช่วงบ่ายวานนี้ (2 ม.ค.) ตำรวจนำกำลังปิดล้อมบ้านผู้ก่อเหตุ หลังรับแจ้งว่าเขาย้อนกลับมา และยังคงมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดไม่ยอมให้ใครเข้าไปในห้อง และถือมีดติดตัวอยู่ถึง 3 เล่ม ตำรวจจึงพยายามเจรจาให้ออกมามอบตัว แต่เขายังโวยวายอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์

สุดท้ายก็ยอมเปิดประตูออกมามอบตัว และยังคงพูดจาวกวน บอกว่าสาเหตุที่เข้าไปพังประตูที่บ้านหลังดังกล่าว เพราะได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยดังอยู่ในหูตลอดเวลา และปฏิเสธว่าไม่ได้เสพยาบ้ามาได้ 3 วันแล้ว

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหาพูดจาวกวนลักษณะคล้ายคนเสพยาเสพติด จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป