7HD ร้อนออนไลน์

รวบหนุ่มใหญ่แดนปลาดิบตกอับลักทรัพย์ในสนามบิน

ที่สำนักงานตำรวจท่องเที่ยว อาคารผู้โดยสารท่าอากาศสุวรรณภูมิ วันนี้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท., นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนายการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว นาย ทาเกอูชิ ฮิโรกิ (MR.TAKEUCHI HIROKI) อายุ 56 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ข้อหา “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร”

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 22.20 น. มีผู้เสียหายมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าตนได้ทำกระเป๋าสะพายข้างแบบผ้าสีขาวหายไปภายใน ศูนย์อาหาร เมจิก ฟู้ด ชั้นที่ 1 ประตู 8 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งภายในมีกระเป๋า มีหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ, กระเป๋าเงินสีขาวพร้อมเงินสกุลเกาหลีจำนวน 80,000 วอน (หรือเป็นเงินไทยประมาณ 2087.62 บาท) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว พบชายต้องสงสัยใส่เสื้อแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าสีขาว ได้หยิบเอากระเป๋าสะพายข้างแบบผ้าสีขาวของผู้เสียหายไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้กระจายกำลังออกติดตามผู้ต้องหา

จนต่อมาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 04.30 น. ซึ่งเป็นเวลาไม่นานจากขณะเกิดเหตุ พบชายต้องสงสัยลักษณะรูปพรรณตรงตามภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับผู้ต้องหา อยู่ที่บริเวณ ชั้น 1 ประตู 8 ด้านนอกอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้เชิญตัว มาที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เพื่อทำการสอบถาม จึงทราบว่าชื่อ นายทาเกอูชิ ฮิโรกิ (MR.TAKEUCHI HIROKI) และนายทาเกอูชิ ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นบุคคลตามภาพกล้องวงจรปิดซึ่งได้หยิบกระเป๋าใบดังกล่าวไปจริง แต่จำไม่ได้ว่านำกระเป๋าสะพายข้างสีขาวของผู้เสียหายที่ตนหยิบไปนั้นไปทิ้งไว้ที่ใด

จึงได้ประสานปฏิบัติการพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอภาพกล้องวงจรปิดในส่วนอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมเพื่อสืบสวนขยายผลติดตามหาทรัพย์สินของผู้เสียหายต่อไป อีกทั้งจากการสอบถาม ยังทราบมาอีกว่า นายทาเกอูชิ ได้อาศัยกินอยู่และหลับนอนอยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาแล้ว เป็นเวลา 4-5 วัน ทั้งนี้ผู้เสียหายยังชี้ตัวยืนยันว่า นายทาเกอูชิ เป็นคนลักเอาทรัพย์สินของตนเองไปโดยทุจริตจริง

เพราะผู้เสียหายจดจำใบหน้าของนายทาเกอูชิได้ เนื่องจากนายทาเกอูชิ ได้นั่งใกล้ตนก่อนทรัพย์สิน จะหายไป และยืนยันอีกว่าภาพกระเป๋าที่ผู้ต้องหาลักเอาไปตามภาพกล้องวงจรปิดเป็นของตนเองจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจับกุมตัวผู้ต้องหา ในข้อหา “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร” นำผู้ต้องหาส่ง สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติและขอประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ระมัดระวังและสอดส่องดูแลทรัพย์สินของตนในระหว่างการเดินทาง หากเกิดกรณีทรัพย์สินสูญหายให้แจ้งสายด่วน 1155 หรือ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเร็ว