7HD ร้อนออนไลน์

เต้ มงคลกิตติ์ อ้าง ห่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเลยยุบฝ่ายค้านอิสระ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย รวมกันแถลงข่าวยุบฝ่ายค้านอิสระ 2 พรรค เข้าร่วมรัฐบาล มีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เลขาธิการพรรค พปชร., นายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะแกนนำกลุ่มกิจสังคมใหม่ และนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ และพรรคประชาธรรมไทย เคยประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับกลุ่ม 11 พรรคการเมือง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จนนำไปสู่การเปิดสวิตช์ประเทศไทย ที่มีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภามาระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 พรรคไทยศรีวิไลย์ได้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลมาอยู่ในสถานะฝ่ายค้านอิสระ

ทั้งสองพรรคได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระแบบสร้างสรรค์ มาตลอดระยะเวลา 4 เดือนเศษ ทราบถึงปัญหาเสียงปริ่มน้ำ ทำให้มีความรู้สึกไม่สบายใจถ้าปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศแบบไร้เสถียรภาพแบบนี้ต่อไป ปัญหาก็จะเกิดกับประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมไปถึงสถานการณ์การเมือง อย่างเช่น การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่มองว่าเป็นการฉุดรั้งประเทศ เป็นต้น

ทั้งสองพรรคได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้จัดตั้งรัฐบาลมา จึงทราบถึงแนวคิดและวิธีการจัดการประเทศอุดมการณ์และความตั้งใจ รวมถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน ที่ต้องทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุขร่มเย็น และการเจริญการให้ได้นั้นจะต้องมีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรให้เกินกึ่งหนึ่งของสภาประมาณ 20 - 30 เสียง จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว และผิดพลาดน้อยที่สุด

ดังนั้น พรรคไทยศรีวิไลย์ และพรรคประชาธรรมไทย ที่อยู่ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง จึงมีมติในแนวทางเดียวกันให้ยุบฝ่ายค้านอิสระ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2563 เพื่อเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล มาอยู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นกำลังเสริมในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไป

นายพิเชษฐ กล่าวว่า 2 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร มีความสำคัญ และบทบาทของกลุ่มกิจสังคมใหม่ เกิดขึ้นเพราะเห็นว่าความมีเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ และจะเห็นได้ว่าจากเหตุการณ์สภาล่มถึง 2 ครั้งที่ทำให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล และครั้งนี้จะเป็นการเล่นการเมืองครั้งสุดท้ายของตน จึงต้องการจะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงให้รัฐบาลไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พร้อมกับไม่ต้องการให้รัฐบาลต้องกังวลกับเสียงปริ่มน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่าตนไม่ห่วงเรื่องตำแหน่ง แต่ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายมงคลกิตติ์ และพิเชษฐ์ ได้ร่วมกันเปิดสวิตซ์ไฟสีธงชาติเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมกันนี้ยังได้มอบหนังสือแถลงการณ์ที่แสดงเจตจำนงลงนามร่วมกันเข้าร่วมรัฐบาลให้นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ อย่างเป็นทางการด้วย

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า ทั้ง 2 พรรคจะไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนว่าอีก ใช่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การเมืองก็คือการเมือง ณ ปัจจุบันเราคือพรรคร่วมรัฐบาล เราจะอยู่ทำงานร่วมกับกลุ่มสังคมใหม่ ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำเพื่อประชาชน และไม่ทุจริต ก็จะยังคงร่วมงานกันต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากมีรัฐมนตรีคนใดมีปัญหาการทุจริต ก็จะพิจารณารายคน

ส่วนเรื่องการต่อรองตำแหน่ง นายมงคลกิตติ์ ตอบว่า ตนเองไม่เคยต่อรองตำแหน่ง เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้ความไว้วางใจ และขอให้มาทำเพื่อประเทศเดินหน้า ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น ส่วนตัวคงไม่ร่วมในการอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน เพราะถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว แต่หากรัฐมนตรีคนใดมีปัญหาเรื่องการชี้แจง ตนจะทำหน้าที่หน่วยสนับสนุนข้อมูล