สนามข่าว 7 สี

คนขับแท็กซี่ปฏิเสธลักทรัพย์ผู้โดยสาร อ้างนึกว่าผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว

ประเด็นดรามาระหว่างคนขับรถแท็กซี่กับผู้โดยสาร กรณีรถแท็กซี่สีชมพูคันหนึ่งจอดรับผู้โดยสารริมถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร แต่ขณะที่ผู้โดยสารวิ่งไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนทางเท้า คนขับรถแท็กซี่กลับแล่นรถออกไป อ้างนึกว่าผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว พร้อมปฏิเสธลักทรัพย์

กล้องหน้ารถของพลเมืองดี จับภาพผู้ชายคนหนึ่งโบกเรียกรถแท็กซี่สีชมพู จากนั้นก็เปิดประตูหลังเพื่อแจ้งปลายทางแก่คนขับ ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกันสักพัก ผู้โดยสารรายนี้วางเอกสารปึกหนึ่งลงบนเบาะหลัง แล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าอีกใบที่วางอยู่บนทางเท้า จู่ ๆ รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็แล่นออกไป ทำให้ผู้โดยสารถึงกับงุนงง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดราษฎร์รังสรรค์ ริมถนนพระราม 2 อำเภอเมืองสมุทรสาคร ช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา

นายบุญทัน โสดา อายุ 57 ปี เล่าว่า วันเกิดเหตุเขาบอกกับคนขับรถแท็กซี่ ว่าให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 จากนั้นก็วางเอกสารสำคัญ พร้อมกับซองบรรจุเงินจำนวน 3,000 บาทไว้ที่เบาะหลัง แล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าอีกใบ หันมาอีกทีรถแท็กซี่ก็แล่นออกไปแล้ว

พลเมืองดีอาสาพาผู้โดยสารรายนี้ตามรถแท็กซี่คันสีชมพูไปถึงย่านแสมดำ แต่ไม่พบ นายบุญทันจึงบอกเล่าเหตุการณ์ให้กับพลเมืองดีฟัง ทุกคนต่างยินดีให้ความช่วยเหลือ โทรศัพท์แจ้ง จส.100 รวมถึงสายด่วน 191 เพื่อขอคำปรึกษาถึงการตามหารถแท็กซี่คันก่อเหตุ จนทราบว่าเป็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นของสหกรณ์ไหน และได้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อคนขับรถมา

กระทั่งช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) จึงมีตำรวจหน่วยบริการประชาชนมหาชัยเมืองใหม่ โทรศัพท์มาแจ้งว่ามีคนนำเอกสารมาฝากไว้ เมื่อเดินทางไปตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าเงินสด 3,000 บาท ที่บรรจุไว้ในซองเอกสารสูญหายไป

ขณะที่ชายอายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่คันสีชมพู ชี้แจงกับทีมสนามข่าว ว่าเขาคิดว่าผู้โดยสารขึ้นมานั่งที่เบาะหลังแล้ว เพราะได้ยินเสียงประตูรถปิด จึงแล่นรถออกไป กระทั่งไปถึงห้างสรรพสินค้าตามที่ผู้โดยสารแจ้ง หันมาเห็นมีแค่เอกสารวางอยู่ที่เบาะหลัง จึงวนรถกลับไปบริเวณหน้าวัดราษฎร์รังสรรค์อีกรอบ แต่ไม่พบผู้โดยสารแล้ว

เขาจึงโทรศัพท์ปรึกษาพี่ชาย ซึ่งเป็นตำรวจที่หน่วยบริการประชาชนมหาชัยเมืองใหม่ พี่ชายบอกว่ากำลังออกตรวจ ให้นำเอกสารทั้งหมดไปฝากที่ร้านค้าใกล้ ๆ แทน คนขับรถแท็กซี่ยอมรับ เขาผิดพลาดที่ไม่ตรวจสอบว่าผู้โดยสารขึ้นรถแล้วหรือไม่ พร้อมปฏิเสธรับรู้เรื่องเงินสด 3,000 บาทที่สูญหายไป

นายบุญทัน เปิดเผยว่า ดีใจที่ได้เอกสารสำคัญต่าง ๆ คืนมา ส่วนเรื่องเงินจำนวน 3,000 บาท ไม่ขอปรักปรำว่าเป็นฝีมือคนขับรถแท็กซี่จริงหรือไม่ เพราะเอกสารมีการเปลี่ยนมือ และยากที่จะพิสูจน์ทราบ แต่อยากฝากถึงคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ให้ใส่ใจผู้โดยสารมากกว่านี้