เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : ย้อนนาทีคนร้ายชิงทองอุกอาจ เผยพฤติกรรมโหดเหี้ยม ยิงทุกคนที่ขวางทาง

เมื่อเวลา 20.30 น. วานนี้ คนร้ายใส่เสื้อดำ กางเกงลายพราง และหมวกไหมพรมอำพราง เดินเข้าประตูห้างใกล้กับร้านทอง ขณะนั้น นายธีรฉัตร นิ่มมา รปภ.ของห้างเห็นเข้าจึงวิ่งเข้าไปเพื่อสอบถาม เนื่องจากการแต่งกายและท่าทางมีพิรุธ ทำให้คนร้ายชักปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ติดลำกล้องเก็บเสียงยิงใส่ รปภ. จนเสียชีวิต และมีกระสุนแฉลบพื้นโดนศีรษะเด็ก 2 ขวบ

คนร้ายเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ร้านทองที่เกิดเหตุ ใช้ปืนยิงสามีภรรยาและลูกสาว ที่ยืนอยู่หน้าร้านทอง จนล้มลงกับพื้น และยิงพนักงานร้านทอง 2 คน ที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ก่อนปีนขึ้นเคาน์เตอร์ ใช้ปืนจ่อยิงพนักงานสาวที่ก้มหมอบอยู่กับพื้น ซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะใช้กระบองปราบจลาจลขว้างใส่ตู้ทองจนแตก และกวาดทองด้านหลังไป 7 ถาด กวาดใส่กระเป๋าที่สะพายไว้ด้านหน้า

จากนั้นคนร้ายได้ชักปืนยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ 2 คน เพื่อเปิดทาง วิ่งออกจากห้างไปขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง หลบหนี ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของคนภายในห้าง โดยเฉพาะแม่ของหนูน้อยอายุ 2 ขวบที่ถูกยิง เธอนั่งกอดร่างลูกชายร่ำไห้แทบขาดใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ พนักงานสาวในร้านทอง หัวหน้า รปภ.ประจำห้าง และเด็กชาย อายุ 2 ขวบ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล

โดยระหว่างที่คนร้ายกำลังขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี มีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์และพยายามเข้าไปถีบรถของคนร้าย แต่กลับถูกยิงสวนกลับ 2 นัด เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจระบุว่าหลังเกิดเหตุมีพยานเห็นคนร้ายถือปืนขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรไปตามถนน หายไปในความมืด จึงสั่งตำรวจทั้งจังหวัดปูพรมล่าตัวคนร้าย และกำชับให้เจ้าหน้าที่ระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะคนร้ายมีความชำนาญในการใช้ปืน

ขณะที่กระแสข่าวว่าคนร้ายเป็นอดีตนักมวยคนหนึ่ง ที่ติดยาเสพติด และเคยมีคดีติดตัว หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไปจอดทิ้งไว้ในป่ากล้วย ตำรวจระบุว่าทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างปูพรมไล่ล่าตัวให้ได้เร็วที่สุด และหากคนร้ายต่อสู้ขัดขืนก็จะอาจจะต้องจับตาย