7HD ร้อนออนไลน์

สนธิรัตน์ ไม่เห็นด้วยทั้งวิ่งไล่ และเดินเชียร์ หวั่นมีการเผชิญหน้า

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึง กิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุง ในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นกิจกรรมที่ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ที่ไม่อยากเห็น คือการนำกิจกรรมไปสู่การทำการเมืองบนถนน เราต้องทบทวนบทเรียนของประเทศไทย เราอยู่ในวังวนการใช้การเมืองนอกระบบ และนำปัญหามาให้ประเทศมาตลอดในระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมา

วันนี้ประเทศก้าวมาสู่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง มีกลไกในการแก้ปัญหา มีสภาผู้แทนราษฎร มีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอยากเห็นกิจกรรมที่อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อยากเห็นกิจกรรมใดๆ นำไปสู่กลไกนอกสภา นำไปสู่การแตกแยก เกลียดชังระหว่างประชาชน เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นความสงบของประเทศ ความขัดแย้งไม่เกิดประโยชน์กับใครบนโลกใบนี้ จะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นกว่าเดิม

เราเคารพการแสดงออกความคิดทางการเมือง แต่ขอให้จำกัดขอบเขต ไม่อย่างนั้นประเทศจะถอยหลังกลับไปสู่วังวนเดิม ประโยชน์จะกลับไปสู่คนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้เกิดกับคนทั้งประเทศ จึงไม่อยากเห็นประเทศไทยพลาดพลั้ง ก้าวไปสู่วิกฤตคล้ายกับฮ่องกง ซึ่งจะทำให้ประเทศฟื้นตัวได้ยากขึ้น ไม่ได้บอกว่ากิจกรรมเป็นสิ่งที่ผิด แต่ให้ทุกฝ่ายตระหนักและมองภาพใหญ่ของประเทศเป็นที่ตั้ง ใช้กลไกของรัฐธรรมนูญ อะไรไม่ดีก็ดำเนินแก้ไข แต่อย่าเอาประชาชนลงไปปะทะกันข้างล่าง

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เวลาแสดงออกต่างๆ ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อยากนั้นจะล้ำเส้นกัน เพราะประชาชนมีสองฝ่าย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าเราปล่อยให้ล้ำกรอบของกฎหมาย วันหนึ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าของประชาชนสองฝ่าย เรามีกลไกในระบอบประชาธิปไตยเป็นทางออกอยู่แล้ว อะไรที่เกินกรอบกฎหมายพึงระวัง

เมื่อถามย้ำว่า การที่ทั้งสองฝ่ายจัดกิจกรรม รัฐบาลจะดูแลอย่างไรในระยะยาว นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไม่อยากเห็นการสร้างกิจกรรมลักษณะเผชิญหน้ากัน อยากเห็นการพูดคุยกัน อยากเห็นการใช้ระบบของสภา ที่เราเคยเรียกร้องกัน ไม่อยากเห็นกิจกรรมอะไรก็ตามที่สร้างความแตกแยก