สนามข่าว 7 สี

รวบคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ประวัติโชกโชน มีหมายจับติดตัวถึง 4 หมาย จ.สงขลา

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายตระเวนกระชากกระเป๋าทรัพย์สินของผู้หญิงในจังหวัดสงขลา หนึ่งในผู้เสียหายรถจักรยานยนต์ล้มเสียชีวิต ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้แล้ว สืบประวัติพบก่อคดีโชกโชน มีหมายจับติดตัวถึง 4 หมาย

กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงเรียนราษฎร์นิยมวิทยา อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จับภาพคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถจักรยานยนต์ของผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเอื้อมมือมากระชากกระเป๋าสะพาย ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเสียหลักล้ม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา เคราะห์ร้าย หญิงอายุ 53 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกพื้นถนนเสียชีวิต ส่วนหลานสาวที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยบาดเจ็บ

ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำพยานและแกะรอยคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิด กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายปิยะ พลัดทองศรี อายุ 26 ปี มีประวัติพัวพันยาเสพติด และมีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ฐานวิ่งราวทรัพย์ ในท้องที่ สภ.สิงหนคร จำนวน 3 หมายจับ และท้องที่ สภ.สามบ่อ จังหวัดสงขลา อีก 1 หมายจับ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ไปประกอบด้วยเงินสดรวมกว่า 10,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และเอกสารสำคัญต่าง ๆ ของผู้เสียหาย

ตำรวจมั่นใจว่ายังคงมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ สำหรับคดีล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, วิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์สินนั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

ผู้เสียหายที่ถูกนายปิยะ กระชากกระเป๋าทรัพย์สินรายล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เล่าว่า หลังเกิดเหตุเธอพยายามขี่รถจักรยานยนต์ติดตามคนร้ายไป จนเห็นใบหน้าคนร้าย คนร้ายจึงเลี้ยวรถจักรยานยนต์ขี่ย้อนศรไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน จึงคลาดกันไป

ด้านเครือญาติและเพื่อนสนิทของหญิงอายุ 53 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกคนร้ายกระชากกระเป๋าทรัพย์สิน กล่าวว่า ทุกคนเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นคนดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนเป็นที่รักของคนในชุมชน จึงไม่น่ามาจากไปก่อนเวลาอันสมควร