ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : ลอบยิงรถบิ๊กโจ๊กสะเทือนทั้งตำรวจ

ผู้ต้องสงสัย 2 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถวนเข้าไปในซอยตัน ข้างร้านอาหารย่านสุรวงศ์ ก่อนจะใช้ปืนยิงใส่รถของ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นไม่มีใครอยู่ภายในรถ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รีบลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที จนหลายฝ่ายมองว่ารวดเร็วทันใจดีเหลือเกิน ส่วนรถของพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ถูกส่งไปตรวจพิสูจน์รอยวิถีกระสุนที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาพยานหลักฐานที่สามารถสาวไปถึงตัวคนร้ายได้

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบกระสุนปืนยิงเข้าที่ตัวรถ 8 นัด กลุ่มกระสุนยิงเกาะกลุ่มเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ปืน จนยิงได้อย่างแม่นยำ แต่กลับยิงกดต่ำ ถ้ามีคนอยู่ในรถก็ไม่น่าจะประสงค์หวังเอาชีวิต ส่วนปมประเด็นการลงมือตำรวจก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แม้แต่เรื่องการสร้างสถานการณ์

จากนั้นพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ก็ได้ไปให้ปากคำกับตำรวจ สน.บางรัก แต่ก่อนจะเข้าให้ปากคำ เขายืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสร้างภาพ หรือสร้างสถานการณ์ ส่วนสาเหตุที่ถูกลอบยิงมาจากเรื่องที่ยื่นคัดค้านการสั่งซื้อระบบไบโอเมทริกซ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสมัยเป็นผู้บัญชาการ หลังพบว่ามีปัญหาใช้งานไม่ได้ และเห็นว่ามีการทุจริต โดยคนสั่งการเป็นตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหมือนเป็นการเปิดหน้าชนกับใคร

หลังจากนั้นเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีการเผยแพร่คลิปการพูดคุยสั่งการของผู้บังคับบัญชายศพลตำรวจเอก กับพลตำรวจเอกอีกนาย ในทำนองเบรกไม่ให้ไปยุ่งกับคดียิงรถ และเตือนว่ากำลังถูกหลอกใช้ โดยพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็แทบลุกเป็นไฟ ทุกคนไล่ตามหาพลตำรวจเอกวิระชัย ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นคนในคลิป แต่เมื่อเจอก็ได้รับการปฏิเสธ

ด้านพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ พูดถึงเรื่องคลิปเสียงดังกล่าวว่า ไม่ได้ร่วมกันจัดฉาก หรือหลอกใช้พลตำรวจเอกตามที่มีการสนทนากันในคลิป และเห็นว่าคลิปดังกล่าว สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการตำรวจ และรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สุดท้ายแล้วคดีนี้ตำรวจจะจับได้ตัวคนร้ายหรือไม่ ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และรอยร้าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะจบลงอย่างไร