สนามข่าว 7 สี

คืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงชิงทองกลางห้างลพบุรี

ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงชิงทองกลางห้างสรรพสินค้าจังหวัดลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ วันนี้มีความเคลื่อนไหวในการติดตามตัวคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองที่จังหวัดลพบุรี หลังเมื่อช่วงเช้ามืด ตำรวจได้มีการกระจายกำลังลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อหาตัวคนร้าย ลงสนามข่าวนี้กับ คุณไพศาล รัตนบรรเทิง รายงานสดจากจังหวัดลพบุรี

ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา บรรยากาศที่ สภ.เมืองลพบุรี มีผู้สื่อข่าวจากทุกสำนักมารอ เพื่อติดตามชุดทำงานเข้าพื้นที่ปูพรมจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าจังหวัดลพบุรี หลังมีกระแสข่าวว่าวันนี้มีการระดมจับผู้ต้องสงสัย และตรวจค้นผู้ครอบครองอาวุธปืนยี่ห้อที่คนร้ายใช้ จำนวน 13 กระบอก โดยพบว่าชุดสืบสวน สภ.เมืองลพบุรี กระจายกำลังนำหมายค้นไปยังจุดเป้าหมายต่าง ๆ โดยผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดตามไปได้ แต่คาดว่าช่วงเช้าวันนี้จะมีการแถลงข่าวคืบหน้าอีกครั้ง

ขณะที่วันนี้เข้าสู่วันที่ 6 แล้ว กับคดีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ชุดสืบสวนก็ยังคงลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย ประชุมความคืบหน้ากันเกือบตลอด 24 ชั่วโมง และท่ามกลางกระแสข่าวออกหมายจับ และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คน ทั้งลูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทหาร และพลเรือน

จนที่สุดในช่วงบ่าย พลตำรวจเอก ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ ได้เดินทางมาประชุมความคืบหน้าคดี โดยระบุว่ายังไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เเต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันหลักฐานทุกอย่างต้องพร้อมก่อนจับกุมคนร้าย ขณะที่ขณะนี้มีการสอบปากคำไปเเล้วหลายปาก

ส่วนกรณีที่ส่งชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบตามจุดเป้าหมายต่าง ๆ เป็นการลงพื้นที่หาที่มาของเสื้อผ้า รองเท้า กางเกง และอาวุธปืน เพื่อหาข้อยุติเเหล่งที่มา และเชื่อว่าขณะนี้คนร้ายยังคงติดตามข่าวสาร เเละการทำงานของตำรวจ ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พูดด้วยคำพูดขึงขังว่า "ปล่อยให้คนร้ายกบดานไป เดี๋ยวผมจะตามเขาเอง" พร้อมประณามพฤติกรรมที่ไม่ปกติของคนร้าย ว่าอยู่ร่วมกับสังคมไม่ได้

ส่วนกรณีที่พลเอก ประวิตร วงษ์สุรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าจะจับกุมคนร้ายได้ภายใน 1-2 วันนั้น ไม่ได้เป็นการกดดัน หรือตั้งกรอบระยะเวลาทำงานให้กับตำรวจ เเต่เป็นการให้กำลังใจคนทำงาน เเละเป็นการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะจับคนร้ายได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากถึงประชาชนว่า หากเจอบุคคลต้องสงสัยที่มีลักษณะคล้ายคนร้าย พบเห็นรถจักรยานยนต์ที่มีตำหนิตามปรากฏในสื่อ หรืออาวุธปืน ขอให้รีบเเจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ขณะที่พลตำรวจตรี ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจมีความชัดเจนขึ้น หลังมีพลเมืองดีให้ความร่วมมือส่งข้อมูลเข้ามาแจ้งข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะกล้องหน้ารถบนถนนบายพาส ช่วงเวลา 20.00-22.00 น. วันเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานส่งกล้องเข้ามาเพื่อตรวจสอบ

ทั้งนี้จากข้อมูลอาวุธปืนของกรมการปกครอง ตำรวจได้ตรวจสอบผู้ครอบครองปืนชนิดเดียวกับคนร้ายในจังหวัดลพบุรี ได้เเคบลงเหลือ 13 กระบอก ผู้ที่ครอบครองแบ่งเป็นทหาร 2 นาย, พลเรือน 11 ราย ส่วนรถจักรยานยนต์ที่คนร้านใช้ก่อเหตุในจังหวัดลพบุรี มีประมาณ 800 คัน ล่าสุดตัดรถที่เข้าข่ายเหลือประมาณ 10 คันเท่านั้น

ทั้งนี้ทีมข่าวยังลงพื้นที่ย้อนรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย หลังออกจากห้างโรบินสันจุดเกิดเหตุ ก่อนขับรถจักรยานยนต์ย้อนศรขึ้นไปบนถนนบายพาสลพบุรี-สิงห์บุรี พบว่าตลอดเส้นทางมีตรอกซอกซอยจำนวนมาก ที่สามารถลัดเลาะและเชื่อมต่อออกไปยังจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และอยุธยา อีกทั้งพบว่าตลอดเส้นทางมีกล้องวงจรปิดเพียงไม่กี่จุด ตามสี่แยกต่าง ๆ เท่านั้น จึงทำให้การแกะรอยคนร้ายครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก อีกทั้งเวลาก่อเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืน