เช้าข่าว 7 สี

ธปท.ชี้ไม่ต้องใช้ยาแรงสกัดเงินบาทแข็งตัว

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นผลจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ไทยมีรายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวสูงกว่ารายจ่ายจากการนำเข้า เป็นเพียงแค่อาการของปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ไม่ได้เป็นผลจากการเก็งกำไรระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากตัวเลขการลงทุนของต่างชาติสุทธิทั้งปี 2562 ที่เป็นการไหลออก

โดยช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้มีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป ผ่านการเข้าไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และขายเงินบาท ซึ่งส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศของไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เงินทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากการค้าขายสินค้าและบริการกับต่างประเทศ โดยหาก ธปท.ไม่ได้เข้าไปดูแล เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากกว่าที่เห็นในปัจจุบัน

ทั้งนี้การเข้าไปดูแลค่าเงิน รวมถึงนโยบายการคลังอื่นๆ ในระยะสั้นแม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยการแก้ปัญหาระยะยาวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น การเพิ่มการนำเข้า เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องจักร, การเพิ่มการลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ โดยทาง ธปท.จะติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดและพร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมหากประเมินว่ามีความจำเป็น