เช้าข่าว 7 สี

จับตาคำพิพากษาคดี พันตำรวจโทไวพจน์ สส.พรรคพลังประชารัฐ

เป็นคดีในสมัยที่ พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นแกนนำคนเสื้อแดง บุกล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน เมื่อปี 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพัทยา ในชั้นต้น และอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกพันตำรวจโทไวพจน์ และพวกแกนนำคนเสื้อแดง รวมถึงในชั้นศาลฎีกา ก็พิพากษาจำคุกแกนนำคนเสื้อแดงไปแล้วหลายคน คนละ 4 ปี เหลือเพียงผู้ที่หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษา เช่น นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

เรามาไล่เรียงไทม์ไลน์ก่อนถึงวันนัดพิพากษาคดี เฉพาะในส่วนของพันตำรวจโทไวพจน์ ที่จะมีขึ้นในวันนี้

เริ่มจากศาลนัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรก 11 กันยายน ปีที่แล้ว แต่ครั้งนั้นเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้รับหมายแจ้ง ศาลจึงออกหมายใหม่ให้ไปฟังคำพิพากษา 31 ตุลาคม และพิพากษาจำคุกจำเลยคนอื่นๆ เมื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม ก็ยังไร้เงาพันตำรวจโทไวพจน์ มีแต่ส่งทนายยื่นคำร้องขอแก้คำให้การและรับสารภาพ เพื่อขอบรรเทาโทษ ศาลฯ จึงนัดฟังคำพิพากษาอีกทีวันที่ 3 ธันวาคม แต่เมื่อถึงวันที่ 3 ธันวาคม ก็ยังไร้เงาของพันตำรวจโทไวพจน์ โดยเจ้าตัวส่งตัวแทนอ้างเอกสิทธิ์ สส.แต่ศาลเห็นว่าเป็นการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา อ้างเอกสิทธิ์ สส.ไม่ได้ ก่อนที่จะออกหมายจับให้ไปฟังคำพิพากษา 15 มกราคม 2563 หรือวันนี้

แต่ทั้งที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 3 ธันวาคม ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นพันตำรวจโทไวพจน์ ไปโผล่เป็นองค์ประชุมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเจ้าตัวมีหมายจับแต่ยังเข้าประชุมโดยที่ไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด

เมื่อสังคมวิจารณ์หนัก ทางตำรวจที่อ้างว่ายังไม่ได้หมายจับจากศาล จึงส่งหมายขอตัวจากสภาฯ แต่เหมือนกับว่าจะสายไป เพราะตั้งแต่วันที่ประชุมสภา 4 ธันวาคม จนถึงวินาทีนี้ พันตำรวจโทไวพจน์ ยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะอีกเลย

จึงเป็นคำถามสำคัญว่า 9.00 น. วันนี้ที่ศาลจังหวัดพัทยา พันตำรวจโทไวพจน์จะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่ ถ้าไปฟ้งคำพิพากษาจะมีคำพิพากษากลับหรือไม่ หรือถูกให้จำคุก 4 ปี เช่นแกนนำคนอื่นๆ และถ้าไม่ไปก็จะมีคำถามที่ว่าพันตำรวจโทไวพจน์ อยู่ที่ไหน หรือออกจากประเทศไทยไปตามช่องทางธรรมชาติตามรอยนักการเมืองคนก่อนๆ ที่หนีฟังคำพิพากษาแล้วหรือไม่

แต่ทั้งนี้ไม่ว่าถูกพิพากษาจำคุก หรือศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยให้จำคุก นั่นเท่ากับพันตำรวจโทไวพจน์ จะพ้นจากความเป็น สส.ทันที ก่อนที่จะเป็นขั้นตอนการนำไปสู่การจัดเลือกตั้งใหม่ในจังหวัดกำแพงเพชร ต่อไป