ข่าวดึก 7HD

เร่งหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายชิงทอง จ.ลพบุรี

คดีคนร้ายก่อเหตุชิงทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดลพบุรี ผ่านมากว่า 5 วันแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ขณะที่ชุดสืบสวน ก็ยังคงลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย และประชุมเพื่อวางแผนกันตลอดทั้งวันนี้

โดยวันนี้มีกระแสข่าว ว่ามีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 3 คน ทั้งลูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทหาร และพลเรือน เรื่องนี้ พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดินทางมาติดตามคดีนี้ ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยังไม่มีการออกหมายจับใครแม้แต่คนเดียว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้ขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของตำรวจ ยืนยันหลักฐานทุกอย่างต้องพร้อมก่อนจะจับกุมคนร้าย ขณะที่การสอบพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ขณะนี้มีการสอบปากคำไปเเล้วหลายปาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เเต่ยังไม่มีบุคคลใดเข้าข่ายว่าเป็นบุคคลต้องสงสัย

ส่วนกรณีที่ได้ส่งชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ลุยค้นตามจุดเป้าหมายต่างๆ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เป็นการลงพื้นที่ตามประเด็นต่างๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กางเกง และอาวุธปืน เพื่อหาข้อยุติเเหล่งที่มา โดยข้อมูลต่างๆ ก็มีอยู่เเล้ว เชื่อว่าคนร้ายยังคงติดตามข่าวสาร เเละการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งท่านพูดด้วยคำพูดขึงขังนะว่า "คนร้ายกบดานได้กบดานไป เดี๋ยวผมจะตามจับเอง" นอกจากนี้รองผู้บัญชาการยังประณามพฤติกรรมว่าไม่ปกติ อยู่ร่วมในสังคมไม่ได้

ส่วนกรณีที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่าจะจับกุมคนร้ายได้ภายใน 1-2 วัน นั้น ท่านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าไม่ได้เป็นการกดดัน หรือตั้งกรอบระยะเวลาทำงานให้กับตำรวจ เเต่เป็นการให้กำลังใจคนทำงาน เเละเป็นการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะจับคนร้ายได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร. ฝากถึงประชาชนว่า หากเจอบุคคลต้องสงสัย ที่มีลักษณะคล้ายคนร้าย พบเห็นรถจักรยานยนต์ ที่มีตำหนิตามปรากฏในสื่อ หรืออาวุธปืน ขอให้รีบเเจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ขณะที่ พลตำรวจตรีณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจมีความชัดเจนขึ้น หลังมีพลเมืองดี ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลเข้ามาแจ้งข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะกล้องหน้ารถ บนถนนบายพาสช่วงเวลา 20.00 น. – 22.00 น. คืนเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานส่งกล้องวงจรปิดเข้ามาเพื่อตรวจสอบ

ทั้งนี้จากข้อมูลอาวุธปืนของกรมการปกครอง ตำรวจได้ตรวจสอบผู้ครอบครองในจังหวัดลพบุรี ได้เเคบลง เหลือ 13 กระบอก ผู้ที่ครอบครองแบ่งเป็นทหาร 2 นาย พลเรือน 11 คน ส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่สีขาว-แดง ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในจังหวัดลพบุรี มีประมาณ 800 คัน ล่าสุดตัดรถที่เข้าข่ายเหลือประมาณ10 คันเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง