ข่าวดึก 7HD

รวบคนร้ายงัดตู้เซฟกวาดทองเกือบ 100 บาท จ.บุรีรัมย์

ถ้ายังจำกันได้ ช่วงเวลา 03.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2562 ก่อนปีใหม่ 3 วัน คนร้ายก่อเหตุงัดตู้เซฟร้านจำหน่ายทองรูปพรรณในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนขโมยทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 163 บาท มูลค่าประมาณ 3,691,950 ล้านบาท แล้วหลบหนี ซึ่งตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บพยานหลักฐาน และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ กับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กระจายกำลังลงพื้นที่ควานหาตัวคนร้ายต่อเนื่อง

หลังผ่านมา 3 สัปดาห์ ตำรวจก็จับกุมคนร้ายได้ พร้อมของกลางและจากแนวทางการสอบสวนเชื่อว่าเกลือเป็นหนอน หรือพนักงานในร้านจำหน่ายทองคำ เป็นไส้ศึกให้คนร้าย

ช่วงเย็นวานนี้ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ สกัดจับ นายประวิทย์ ไชยคีนี อายุ 32 ปี ชาวตำบลบ่อไทย อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ทองคำ ได้บนถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ขณะที่กำลังขับรถกระบะ 4 ประตู สีขาว หมวดทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา หนีออกนอกพื้นที่ ค้นในรถ พบทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 101 บาท มูลค่า 2,297,151 บาท กับอาวุธปืน 2 กระบอก ยาบ้า 24 เม็ด ไอซ์ 0.66 กรัม ต้นขั้วตั๋วจำนำทองคำน้ำหนัก 39.5 บาท มูลค่า 898,326 บาท เงินสด 150,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง

จำนนด้วยหลักฐานขนาดนี้ ผู้ต้องหาก็รับสารภาพว่าก่อเหตุขโมยทองรูปพรรณจริง ตำรวจจึงควบคุมตัวนายประวิทย์ ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์

กระทั่งวันนี้ พลตำรวจตรีพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อม พลตำรวจตรีชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตำรวจชุดสืบสวน แถลงข่าวผลการจับกุมนายประวิทย์ ซึ่งผู้ต้องหาก่อเหตุงัดตู้เซฟร้านจำหน่ายทองคำแล้ว ขโมยทองรูปพรรณ สร้อยคอ กำไล แหวนทอง ที่ร้านเก็บไว้ขายให้ลูกค้า และบางส่วนเป็นทองที่ลูกค้านำมาจำนำไว้ น้ำหนักรวม 163 บาท มูลค่า 3,691,950 ล้านบาท พร้อมขโมยโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีน้ำเงิน เป็นยานพาหนะก่อเหตุ ส่วนรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีขาว ก็นำเงินที่ได้จากการนำทองรูปพรรณไปขาย แล้วนำเงินไปซื้อรถกระบะ

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าวันก่อเหตุได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาของห้างสรรพสินค้า แล้วใช้เครื่องมือไขน๊อตหลังคาบริเวณแผ่นโปร่งแสงแผ่นที่ 2 แล้วโรยตัวลงมาทางช่องแอร์ จากนั้นเดินตามโครงเหล็กหลังคาเข้าไปในห้าง ตรงไปยังร้านจำหน่ายทอง แต่ได้ไปที่จุดจำหน่ายเครื่องมือช่าง เพื่อขโมยไขควง เลื่อยพร้อมใบเลื่อย แล้วแวะขโมยโทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และกระเป๋าสะพาย จากร้านจำหน่ายกระเป๋า เพื่อใช้ใส่โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยใช้เวลาประมาณ 34 นาที ก่อนจะย้อนกลับไปที่ร้านจำหน่ายทองคำ
เมื่อไปถึงก็งัดประตูเข้าไปแล้วใช้เลื่อยตัดสายยู คล้องตู้เซฟ ที่ไม่ได้ใส่รหัสล๊อกกุญแจไว้ จากนั้นจึงกวาดเอาทองคำน้ำหนัก 163 บาท หลบหนีไป โดยใช้เวลาในร้านทองประมาณ 50 นาที

หลังสอบสวนตำรวจแจ้งข้อหาแก่นายประวิทย์ ฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า, ไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย

ด้านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 บอกว่าแนวทางการสืบสวนสอบสวนเชื่อว่ามีคนในรู้เห็นแน่นอน จึงมอบหมายให้ พลตำรวจตรีอัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เร่งสืบสวนหาตัวผู้ร่วมขบวนการ ทั้งนี้ผู้ต้องหาเคยเป็นพนักงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากห้างที่เกิดเหตุ ทำให้รู้ช่องทางเข้า-ออกเป็นอย่างดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง