ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดเพชรบุรี

เวลา 09.21 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรห้วยโสก อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเปิดสอนชั้นเด็กเล็ก ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 176 คน จากการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงาน ตั้งแต่ปี 2538 พบว่า มีพัฒนาการดีในทุกด้าน อาทิ โครงการส่งเสริมสหกรณ์ มีกิจกรรมร้านค้า และออมทรัพย์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานการบันทึกรายงานประชุมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ประจำปีงบประมาณ 2562, นำการเรียนการสอนแบบแอคทีฟ เลิร์นนิง มาใช้ในชั้นอนุบาล สอนให้เด็กรู้จักร่างกายของตนผ่านสื่อการเรียนการสอน ส่วนคะแนนเฉลี่ยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในแต่ละกลุ่มสาระ สูงกว่าระดับสังกัดแต่ต่ำกว่าระดับประเทศ จึงจัดสอนเสริมในช่วงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และส่งครูไปอบรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, โครงการฝึกอาชีพ นำปราชญ์ชาวบ้านมาสอนทำกระเป๋า กระปุกออมสิน และพรมเช็ดเท้าจากวัสดุเหลือใช้และจำหน่ายที่สหกรณ์โรงเรียน ช่วยให้มีรายได้ระหว่างเรียน ส่วนการแปรรูปและถนอมอาหาร นำขนุนที่ปลูกมากและได้ผลดีแปรรูปเป็นขนุนทอด, ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ปลูกพืชผัก ผลไม้ เพียงพอประกอบอาหารกลางวัน แต่โปรตีนไม่เพียงพอ มีพระราชดำริให้เลี้ยงไก่ไข่เพิ่ม เพื่อให้มีไข่ไก่บริโภคทุกวัน โดยกรมชลประทาน และสำนักงาน กปร. สนองพระราชดำริจัดหาน้ำให้โรงเรียนและราษฎร โดยก่อสร้างฝายทดน้ำ อาคารโรงสูบน้ำ และระบบท่อส่งน้ำ พร้อมถังเก็บน้ำความจุ 450 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันใช้การได้ดี และมีปริมาณเพียงพอใช้ดำเนินกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน โดยผู้มารับบริการส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก พร้อมทั้งมีคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ 6 ราย ป่วยด้วยโรค SLE ธาลัสซีเมีย และมะเร็งเต้านม

เวลา 12.36 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน โรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที เดิมเป็นศูนย์ส่งเสริมการศึกษาบ้านโป่งลึก ในปี 2546 ปรับมาเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เปิดสอนชั้นเด็กเล็ก ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 257 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยงและกระหล่าง ใช้ภาษาปกาเกอะญอ ผลการสอบโอเน็ต ต่ำกว่าระดับเขตและระดับชาติ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จึงจัดฝึกอบรมครูวิชาภาษาไทย จัดหาสื่อ เช่น หนังสือที่มีรูปภาพมาใช้ประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนสอนเสริมหลังเลิกเรียน, มีการจัดโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อเรียนจบจะไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ 47

ในการนี้ ทอดพระเนตรผลงานโครงการตามพระราชดำริ อาทิ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เน้นนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาแปรรูป เพื่อสร้างความหลากหลายและสร้างรายได้ เช่น ทำกล้วยฉาบ จักสานไม้ไผ่เป็นของใช้ในครัวเรือน รวมถึงการบดและชงกาแฟ การแต่งลายกาแฟลาเตอาร์ต เพื่อต่อยอดธุรกิจกาแฟให้แก่ชุมชน ด้วยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกกาแฟ เพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว จึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จัดหาบริษัท และร้านกาแฟชื่อดัง ไปช่วยส่งเสริมการปลูกกาแฟ จนถึงการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปอย่างครบวงจร ส่วนนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ มี 18 คน กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นต่าง ๆ และหลายคนสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา รับราชการเป็นทหาร ตำรวจ และครูที่จังหวัดเพชรบุรี ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ และเลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์และบ่อพลาสติก ผลผลิตที่ได้ยังไม่เพียงพอด้วยมีพื้นที่น้อย จึงต้องจัดซื้อเพิ่มเติม และแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ผักให้ผู้ปกครองนำไปปลูกที่บ้าน และนำมาสมทบในการประกอบอาหาร โดยจะได้ขยายพื้นที่การเกษตรเพิ่ม นอกจากนี้ ยังขอสนับสนุนการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมที่เป็นถนนลูกรัง ที่เส้นทางชำรุดในช่วงฤดูฝน และกำลังพัฒนาระบบไมโครกริดเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อสูบน้ำการเกษตรจากระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีอยู่ในพื้นที่ 700 ไร่

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด