ประเด็นเด็ด 7 สี

ผบ.ตร.เผยคนร้ายชิงทองลพบุรี น่าจะถึงชายแดนแล้ว ตำหนิสื่อทำให้รู้ตัว

ประเด็นเด็ด 7 สี - ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยมีเป้าคนร้ายคดีกราดยิงก่อนชิงทองกลางเมืองลพบุรีชัดเจน แต่จากข้อมูลเชื่อว่าน่าจะหลบหนีไปถึงชายแดนแล้ว ที่ผ่านมาตำรวจทำงานกดดันหลายด้าน พร้อมตำหนิสื่อฯ ลงข่าวถี่ จนทำให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัว

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สัมภาษณ์ หลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายกราดยิง ก่อนชิงทองกลางห้างสรรพสินค้าในจังหวัดลพบุรี โดยใช้เวลาประชุมร่วมกับชุดคลี่คลายคดี ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า คดีคืบหน้าไปพอสมควร จากการส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจค้นจุดต้องสงสัย บางจุดก็พบหลักฐาน บางจุดยังไม่พบ ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จากหลักฐานส่วนหนึ่งที่ได้ ก็สามารถเชื่อมโยงถึงคดี

ส่วนตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้เชื่อว่าไม่อยู่ในพื้นที่แล้ว และได้ให้ชุดสืบสวนติดตามไป แต่ที่ผู้ต้องสงสัยเคลื่อนจุดบ่อย ๆ เนื่องจากผู้สื่อข่าวให้ข่าวทุกวัน ถือว่าเป็นจุดอ่อน เชื่อว่าคนร้ายหลบหนีด้วยตัวเอง เเละน่าจะหนีไปถึงชายเเดนแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่ามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้เเล้ว 1 คนนั้น ยืนยันว่าไม่มีการควบคุมตัวใคร

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า อุปสรรคและความกดดันในการทำงานของตำรวจยังมีหลายด้าน เพราะเป็นคดีที่ท้าทายและต้องแข่งกับเวลา ตัวเองไม่อยากตำหนิสื่อ แต่ทุกครั้งที่มีการนำเสนอข่าว ก็ทำให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัวและทำงานยากขึ้น การให้สัมภาษณ์ในขณะนี้ก็เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะฟังอยู่ด้วย

ส่วนกรณีของตำรวจชุดสืบสวนบางคนที่มีการนำข้อมูลโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ได้มีการคาดโทษไว้เเล้ว หากทำอีกจะลงโทษสถานหนัก ขณะตำรวจมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงต้องขอความร่วมมือทั้งตำรวจ สื่อ โซเชียล และทุกฝ่ายเรื่องข่าว แต่สำหรับในโซเชียลมีเดียตัวเองไม่ค่อยได้เข้าถึงนัก นอกจากนั้นยังถูกโซเชียลเล่นงานด้วย แต่ก็ปล่อยให้เป็นไป

ส่วนกรณีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าอีก 2 วันคดีจะชัดเจน ก็ไม่แน่ใจว่า ได้ข่าวมาจากไหน เพราะขณะนี้ข่าวคลาดเคลื่อนไปหมด แต่ล่าสุดก็ได้โทรศัพท์รายงานแล้วว่ายังไม่มีอะไร

ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำเตือนเรื่องการนำเสนอข่าวตามสื่อช่องทางต่าง ๆ ที่มีการเผยแพร่รูปผู้ต้องสงสัย ซึ่งต่อมามีผู้มาแสดงตัวยืนยัน การกระทำลักษณะนี้สร้างความเสียหาย และตัวผู้เผยแพร่เองก็จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย