สนามข่าว 7 สี

ระดมกู้วิกฤตภัยแล้ง หลังปริมาณน้ำในเขื่อนหลักที่ใช้การได้เหลือเพียง 20%

ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักที่สามารถใช้การได้ ล่าสุดเหลือเพียง 20% เท่านั้น ภัยแล้งปีนี้ถือว่ารุนแรง ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานระดมช่วยประชาชนกู้วิกฤตภัยแล้งปีนี้ 

กรมชลประทาน เผยตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2563 พื้นที่ 70 จังหวัดในประเทศไทย จะประสบกับปัญหาภาวะภัยแล้งถึงขั้นรุนแรง แล้งหนัก ฝนไม่ตก ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ลดน้อยลง ไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร มีเพียง 7 จังหวัดในแถบภาคใต้ อันดามัน เท่านั้น ที่จะมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่แห้งแล้ง

โดย ศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำกักเก็บ คิดเป็น 43% ของความจุเขื่อน และมีปริมาณน้ำใช้การได้ คิดเป็น 22% และมีการบริหารจัดการน้ำต่าง ๆ ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น

ด้าน กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้ง ด้วยการแจกถังเก็บน้ำ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่อผลิต ประกอบการ และอุปโภคบริโภค นำร่องจังหวัดชัยภูมิเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า 16 อำเภอ จำนวน 1,542 หมู่บ้าน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,100 ล้านบาท ความช่วยเหลือครั้งนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำกว่า 5 ล้านลิตรต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 270,000 บาทต่อปี และยังสามารถลดการเสียโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และสินค้า SME ได้กว่า 22 ล้านบาทต่อปีด้วย โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะยังเดินหน้าช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ตั้งเป้าหมายที่ 10,000 ครัวเรือน

ขณะที่ กรมทางหลวง ระดมรถส่งน้ำเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมตั้งเฝ้าระวังเหตุไฟป่า

ด้าน นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ผลผลิตการเกษตรปีนี้ลดน้อยลง กระทบลามมาถึงอุตสาหกรรมอาหารและการส่งออกด้วย โดยปีนี้ปริมาณวัตถุดิบอาจจะไม่เพียงพอ พร้อมแนะผู้ส่งออกวางแผนรับความเสี่ยง เตรียมหาวัตถุดิบสำรองผ่านช่องทางความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไว้ด้วย