เช้าข่าว 7 สี

หลายหน่วยงานระดมกู้วิกฤตภัยแล้ง

กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้งด้วยการแจกถังเก็บน้ำ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ผลิต ประกอบการ และอุปโภค บริโภค นำร่องจังหวัดชัยภูมิ เป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า 16 อำเภอ จำนวน 1,542 หมู่บ้าน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,100 ล้านบาท ความช่วยเหลือครั้งนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำกว่า 5,000,000 ลิตรต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 270,000 บาทต่อปี และยังสามารถลดการเสียโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และสินค้า SME ได้กว่า 22 ล้านบาทต่อปีด้วย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะยังเดินหน้าช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยทั้งการสร้างระบบกักเก็บน้ำและการฝึกอาชีพให้ได้ตามเป้าหมาย 10,000 ครัวเรือน

ขณะที่กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ระดมรถส่งน้ำเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมตั้งเฝ้าระวังเหตุไฟป่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ด้าน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้ผลผลิตเกษตรปีนี้ลดลงกระทบลามมาถึงอุตสาหกรรมอาหารและการส่งออกด้วย โดยปีนี้ปริมาณวัตถุดิบอาจจะไม่เพียงพอ พร้อมแนะผู้ส่งออกวางแผนรับความเสี่ยงเตรียมหาวัตถุดิบสำรองผ่านช่องทางความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไว้ด้วย

ด้านกรมชลประทาน เผยตั้งแต่เดือนมีนาคม - มิถุนายน 2563 พื้นที่ 70 จังหวัดในประเทศไทย จะประสบกับปัญหาภาวะภัยแล้งถึงขั้นรุนแรง แล้งหนัก ฝนไม่ตก ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ลดน้อยลง ไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร มีเพียง 7 จังหวัด ในแถบภาคใต้ อันดามัน เท่านั้นที่จะมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่แห้งแล้ง

ขณะที่สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (15 ม.ค. 63) มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันทั้งสิ้น 10,771 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 43 % ของความจุเขื่อน และมีปริมาณน้ำใช้การได้เหลือที่ 4,075 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 22 % ของปริมาณน้ำกักเก็บ โดยได้จัดสรรน้ำตามแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ไปแล้วประมาณ 2,051 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 51 % ของแผนจัดสรรน้ำ ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง